อธิบดีราชทัณฑ์ ประสานพ่อแม่ ‘บุ้ง’ รับแผนรักษา ย้อนหลัง 5 วัน ส่วนภาพวงจรปิดมีบุคคลอื่นหวั่่นกระทบสิทธิ
เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผลการชันสูตร น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ “บุ้ง กลุ่มทะลุวัง” เสียชีวิต ระหว่างอยู่ในการควบคุมดูแลของกรมราชทัณฑ์ ว่า กล่าวว่า ได้รับรายงาน น.ส.เนติพร กับ น.ส.ทานตะวัน ตื่นตั้งแต่ 03.00 น. ในวันเกิดเหตุ มีการพูดคุย อ่านหนังสือกัน ต่อมา น.ส.เนติพร ได้ขึ้นนอนบนเตียงและมีเจ้าหน้าที่มาตรวจวัดชีพจรพบว่ายังปกติ
ทั้ง ความดัน ออกซิเจน การเต้นของหัวใจ แต่เมื่อกำลังขึ้นลุกมานั่งไม่ถึง 1 นาที ปรากฏว่าอาการวูบ ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ 4 ราย รีบนำตัว น.ส.เนติพร ยกทั้งที่นอนจากห้องชั้น 2 ไปห้อง ICU บริเวณชั้น 1 มีการทำ CPR ตรวจวัดชีพจร และให้สารกลูโคสเพื่อให้น้ำตาลสมดุล เพราะอดอาหารไปนาน ทั้งยังฉีดสารอะดรีนาลีน เพื่อกระตุ้นการเต้นของหัวใจ โดยในห้อง ICU มีอุปกรณ์กู้ชีพพร้อมช่วยเหลือตามมาตรฐานอยู่แล้ว ส่วนตอนนั้นมีแพทย์เฉพาะทางอยู่ด้วยหรือไม่ ขอตรวจสอบก่อน กระทั่งประสานโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ นำตัวส่งต่อเพราะอุปกรณ์เครื่องมือพร้อมมากกว่า
นายสหการณ์ กล่าวว่า ส่วนทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ชี้แจงว่าเสียชีวิตแล้วก่อนมาถึงนั้น เวลาประมาณ 9.00 น. ซึ่งระหว่างทางอยู่ช่วยกู้ชีพตลอด จนมาแถลงเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ เวลา 11.22 น. ยืนยันไม่ส่งตัวล่าช้า เพราะแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ทำเต็มที่ พร้อมประสานรีบส่งตัวทันที อย่างไรก็ตาม ผลเสียชีวิตต้องรอผลชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันที่ไม่การบ่งชี้มาก่อนว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน และได้ทำตามมาตรฐานทางการแพทย์ทุกขั้นตอน
นายสหการณ์ ยังกล่าว่า สำหรับ น.ส.เนติพร และ น.ส.ทานตะวัน เป็นผู้ป่วยในภาวะพักฟื้น ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง รักษาตามอาการ ให้อาหารตามความเหมาะสม แพทย์ไม่สามารถบังคับให้ทานอาหารได้เลย หากผู้ป่วยไม่ยินยอม แต่โน้มน้าว หากยืนยันเราก็มีหน้าที่ดูแลใกล้ชิด ซึ่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์จัดให้ทุกมื้อ บางครั้ง น.ส.เนติพร เลือกกินของเบาๆ ส่วนทนายอ้างว่าผลชันสูตรไม่มีน้ำและอาหารในกระเพาะอาหาร ขณะนี้ยังไม่ทราบต้องรอผลชันสูตร แต่ช่วงตื่นตี 3 จนถึง 6 โมงเช้า มีอาการวูบ ก็ยังไม่ใช่เวลาทานอาหาร
นายสหการณ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ได้ประสานพ่อแม่ น.ส.เนติพร เพื่อมาขอรับแผนการรักษาใน 5 วันย้อนหลังแล้ว ส่วนกล้องวงจรปิดมีภาพคนอื่นอยู่ด้วยอาจกระทบสิทธิส่วนบุคคล รวมทั้งราชทัณฑ์กำลังพิจารณาเพื่อชี้แจงไทม์ไลน์เผยแพร่สังคม เพราะมีหลายประเด็นข้อสงสัย นอกจากนี้ ผู้ต้องขังรายอื่นในคดีเดียวกันได้เลิกอดอาหารกันหมดแล้ว

