รองโฆษกตร.มั่นใจพยาน-หลักฐานคดี”ครูจอมทรัพย์” เตรียมแถลงหลังศาลชี้ เช็คบิลขบวนการรับจ้างติดคุก

10.02.17 | 14:47 น.

เมื่อวันที่10 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีศาลจังหวัดนครพนมสืบพยานคดี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครู ชาว จ.สกลนคร ตกเป็นจำเลยในคดีขับรถยนต์ชนคนตาย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 โดยขับรถยนต์ชน นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี ชาวบ้านพระซอง ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม เสียชีวิต บริเวณถนน เขตบ้านสร้างเม็ก ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม จนกระทั่งมีการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมถึง 3 ศาล ซึ่งมีคำพิพากษาให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 แต่หลังจำคุกได้ 1 ปี 6 เดือน ได้รับการอภัยโทษออกมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2558 ภายหลังได้มีการร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม อ้างว่าตกเป็นแพะ ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม รับคำร้องรื้อฟื้นคดี เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2559 และศาลจังหวัดนครพนม ได้นัดสืบพยาน ทั้งผู้ร้อง และผู้คัดค้าน ในระหว่างวันที่ 8 – 10 กุมภาพันธ์ 2560 ว่า จนถึงขณะนี้ตำรวจก็ยังมั่นใจในพยานหลักฐานตั้งแต่เริ่มแรกทำคดีแล้ว และทั้ง3ศาล คือศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ก็ได้ตัดสินจำคุกบนพยานหลักฐานที่ตำรวจนำส่งพนักงานอัยการ ซึ่งวันนี้เป็นการสืบพยานเป็นวันสุดท้าย และหลังจากศาลสืบสยานเสร็จแล้วก็จะส่งให้ศาลฎีกาตัดสิน ส่วนประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ขบวนการรับจ้างติดคุก ในประเด็นนี้ต้องมีการสืบสวนสอบสวนต่อแน่นอน ไม่ได้บอกว่าไม่ทำ เพราะเรื่องเดียวกันอาจจะมีหลายสิ่งที่จะต้องดำเนินการไปพร้อมพร้อมกัน

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า การสืบพยานของศาลจังหวัดนครพนมในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหาว่าทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน เป็นการสื่อให้เห็นว่าการรวบรวมพยานหลักฐานของตำรวจตั้งแต่ต้นเป็นไปตามที่นำส่งพนักงานอัยการหรือไม่ ทุกอย่างขอให้ศาลสืบพยานในวันนี้ให้จบก่อน หลังจากนั้นคงจะมีความชัดเจนออกมา ถ้าสุดท้ายแล้วผลการตัดสินของศาลที่ออกมาฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำก็ว่ากันไป ก็มีหลักการในการดำเนินการต่ออยู่แล้ว หลังจากศาลตัดสินคงมีการแถลงอีกครั้ง ที่ผ่านมาคงพูดไม่ได้เพราะอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลซึ่งต้องให้ความเคารพ ไม่อาจก้าวล่วง ส่วนศาลจะใช้ระยะเวลาในการตัดสินนานแค่ไหนนั้นตนไม่อาจตอบได้