บุกจับคาไลฟ์ แก๊งชวนพนันเลขท้ายบัตรเติมเงิน เผยเล่นหนักรอบละล้าน ยึดเซฟ-เงินอื้อ

25.05.24 | 14:06 น.

บุกจับคาไลฟ์ แก๊งชวนพนันเลขท้ายบัตรเติมเงิน เผยเล่นหนักรอบละล้าน ยึดเซฟ-เงินอื้อ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.จิตติพนธ์ ผลพฤกษา ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงผลปฏิบัติการ FULL STEAM บุกค้นรังแก๊งไลฟ์สดชวนแทงเลขท้ายบัตรเติมเงิน เงินหมุนเวียนกว่า 30 ล้าน ยึดเงินสด ทองคำ และอื่นๆมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท


พล.ต.ต.จิตติพนธ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตร.ไซเบอร์ บก.สอท.4 พบเบาะแสการไลฟ์สดเล่นพนันออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊กในกลุ่มลับ จึงได้ทำการสืบสวนทราบว่า มีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ “โคขุน อภิมหาเฮง” ไลฟ์สดเชิญคนทั่วไปเข้าเล่นพนันออนไลน์ (ท้ายเลขบัตรเติมเงิน) ในกลุ่มลับจริง ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อเฟสบุ๊กเป็น “บ้านฉลามทอง อภิมหาเฮง”

โดยวิธีการเล่นพนันพนันออนไลน์ดังกล่าวคือ ผู้ไลฟ์สดมีแผ่นกระดาษ ที่มีการแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งที่ 1 มีข้อความว่า “บน” มีตัวเลข 00-49 และอีกฝั่งมีข้อความว่า “ล่าง” มีตัวเลข 50-99 ซึ่งผู้ไลฟ์สดได้มีบัตรเติมเงินจำนวนหลายใบวางอยู่ และในบัตรเติมเงิน 1 ใบจะสามารถเล่นได้ 2 ครั้ง และผู้ไลฟ์สดจะหยิบบัตรเติมเงิน 1 ใบขึ้นมาแล้วให้ผู้ชมไลฟ์สดเลือกว่าแทงฝั่งไหนระหว่างบนและล่าง ซึ่งอัตราส่วนการได้เสียคือ แทง 1 ต่อ 1

Advertisement

หากผู้ชมแทงได้จะต้องเสียค่าส่วนต่างให้แก่ผู้ที่ไลฟ์สดในอัตรา 5% ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลนครปฐมออกหมายค้นพื้นที่เป้าหมายที่ใช้ในการกระทำความผิดได้ จึงได้ระดมกำลังตรวจคนบ้านพักจำนวน 4 จุด ผลการตรวจค้นพบบ้านหลัง 1 ใน 4 ถูกใช้เป็นสถานที่ไลฟ์สดเล่นการพนัน และพบเจ้าของ Facebook ดังกล่าวกำลังนั่งไลฟ์สดการพนันพร้อมแอดมินรวมจำนวน 3 ราย ได้แก่
นายเพ็ชรราช อุดมสุด อายุ 31 ปี น.ส.ปักเป้า ลพสุนทร อายุ 34 ปี และนายปุริษธรรม พ่วงจีน อายุ 29 ปี พบอุปกรณ์ในการเล่นพนันอีกจำนวนมาก เช่น โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง บัตรเติมเงินจำนวน 400 ใบ สมุดจดรายชื่อลูกค้าและแผ่นกระดาษที่ใช้จดข้อมูลการเล่นพนันอีกจำนวนมาก และยังตรวจพบอาวุธปืนสั้นผิดกฎหมายพร้อมเครื่องกระสุนบรรจุในรังเพลิงพร้อมใช้งานอีกจำนวน 1 กระบอก

พล.ต.ต.จิตติพนธ์ กล่าวว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจค้นเจ้าของเฟซบุ๊ก ดังกล่าวได้แอบส่งข้อความทาง LINE หาพ่อวัย 70 ปีของ 1 ผู้ต้องหาให้แอบย้ายตู้เซฟจากชั้นบนของบ้านในจุดตรวจคนที่ 2 ไปซุกซ่อน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบ จากการสอบถามพ่อของผู้ต้องหารับว่า ตนรักลูกจึงยอมทำตาม แต่เนื่องจากตู้เซฟมีน้ำหนักมาก ตนจึงใช้วิธีกลิ้งตู้เซฟจากชั้นบนลงไปซ่อนไว้บริเวณหลังบ้าน

จากการตรวจสอบพบเงินสด 3,700,000 บาท พระเลี่ยมทองจำนวนหลายรายการ และทองคำแท่งน้ำหนักรวมกว่า 10 บาท นอกจากนี้จากการตรวจค้นจุดอื่นๆยังพบอาวุธปืนพกสั้นผิดกฎหมายเพิ่มเติมอีกจำนวน 1 กระบอก และรถยนต์ที่มีผู้อื่นนำมาจำนำไว้โดยผิดกฎหมายอีกจำนวน 13 คัน ซึ่งเจ้าของ Facebook ดังกล่าวได้มีพฤติกรรมเปิดรับจำนำรถและอาวุธที่ผิดกฎหมายต่างๆอีกด้วย แต่เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธในเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ผู้ต้องหายอมจำนนต่อหลักฐานพร้อมรับสารภาพว่าตนเองเปิดให้เล่นและชักชวนให้พูดเล่นการพนันออนไลน์จริงโดยทำมากกว่า 1 ปี ไลฟ์สดวันละ 2 ครั้ง ในช่วงบ่ายและช่วงกลางคืนทุกวัน จากการไลฟ์สดแต่ละครั้งมีผู้เล่นจำนวนมากทำให้มียอดเงินในการเล่นกว่า 1 ล้านบาทต่อการไลฟ์ 1 ครั้ง

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” และข้อหา “ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” สำหรับเจ้าของปืน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ร.ต.อ.เปรมประชา อุตมา รอง สว.กก.2 บก.สอท.4 กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหายังไม่พบว่าเคยถูกจับกุมในคดีอื่น แต่ทางผู้ต้องหาที่เป็นแอดมินเคยถูกจับในข้อหามีและใช้พกพาอาวุธปืน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังขยายผลในส่วนของการเล่นในลักษณะเดียวกันแต่เปลี่ยนจากทรัพย์สินเงินสดเป็นพระเครื่องแทน จะเข้าข่ายการพนันผิดกฎหมายหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนขยายผลต่อไป ทั้งนี้ยังมีทางเจ้าหน้าที่ไซเบอร์การ์ดคอยตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา