อริควบจยย.กราดยิงใส่วงนักศึกษาม.ธุรกิจกระเจิง เจ็บ 2 ดับ1

12.02.17 | 11:58 น.

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ร.ต.อ.วิษณุ แท่นทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.สายไหม รับแจ้งเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ภายในซอยสายไหม 34 แขวงและเขตสายไหม กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุห่างจากปากซอยเข้ามาประมาณ 200 เมตร พบกลุ่มวัยรุ่นอยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 138/13 ที่พื้นถนนพบศพนายณัฎฐนัย หรือต้น บุนนาค อายุ 21 ปี สภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดมีปกสีเทา กางเกงขายาวสีน้ำตาล มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ขมับขวา คางและอก รวม 3 นัด ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. 8 ปลอก ตกกระจายเกลื่อนพื้น เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 รายทราบชื่อนายณัฐนัย ทินสา อายุ 21 ปี มีแผลถูกยิงที่ราวนมซ้าย และนายพจน์ พิมพ์ใส อายุ 20 ปี ถูกยิงที่แขนและข้อเท้าขวา เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

2
สอบสวนนายณัฐดนัย ลำพูนน้อย อายุ 22 ปี เพื่อนผู้ตาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มพวกตนกำลังนั่งเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือกันอยู่ที่โต๊ะม้านั่งหินที่บ้านดังกล่าวทั้งหมด 7 คน โดยมีคนเจ็บและผู้ตาย ทั้งหมดเป็นเพื่อนและรุ่นพี่รุ่นน้อง คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แต่ผู้ตายไม่ได้เรียนต่อเนื่องจากมีปัญหาส่วนตัวจึงต้องออกเกือบ 2 ปี ปัจจุบันเป็นพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งย่านแจ้งวัฒนะ ปกติบริเวณโต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านเป็นที่นั่งคุยพบปะกันประจำในกลุ่ม ก่อนเกิดเหตุพวกตนก็ทยอยกันมานั่งเล่นโทรศัพท์มือถือกัน ส่วนผู้ตายมาถึงช่วงประมาณ 22.00 น. กระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. มีรถจักรยานยนต์ 2 คัน ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีม่วง และฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน คนร้ายมากัน 4 คน สวมหมวกกันน็อคขับผ่านเข้าไปในซอยแล้วขี่วนรถออกมา จากนั้นคนซ้อนท้ายจักรยานยนต์ได้ชักอาวุธปืนออกมายิงใส่พวกตนจึงวิ่งกระโดดหลบหนี ทำให้กระสุนถูกเพื่อนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ร.ต.อ.วิษณุกล่าวว่า สาเหตุคาดว่าน่าจะมีวัยรุ่นที่อยู่ในกลุ่มนี้ไปมีเรื่องกันเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ทำให้คู่อริตามมาก่อเหตุ ซึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ทั้งปัญหาส่วนตัว เรื่องชู้สาว เนื่องจากลักษณะการก่อเหตุไม่ได้ยิงเฉพาะตัวบุคคล แต่เป็นการยิงสาดกระสุนใส่ไปในกลุ่ม ขณะคนร้ายยังนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ ขณะนี้ได้ให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบพื้นที่และเส้นทางหลบหนี เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

เวลา 13.00 น. ที่สน.สายไหม พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.น.2 พร้อมด้วยพ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม ร.ต.อ.วิษณุ แท่นทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.สายไหม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สายไหม ร่วมกันเข้าประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าวโดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที

Advertisement

พล.ต.ต.ภาณุมาศ กล่าวว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่กก.สส.บก.น.2 ฝ่ายสืบสวน สน.สายไหมลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียงรวมทั้งเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายแล้ว ขณะนี้ตรวจพบภาพของคนร้ายได้ค่อนข้างชัดดยก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. พบพคนร้ายมาทั้งหมด 4 ราย ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีม่วง-ขาว และยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ซึ่งทั้ง 2 คันไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยก่อนลงมือก่อเหตุนั้นคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์เลยจากจุดเกิดเหตุเข้าไป 30 เมตร จนแน่ชัดว่าเป็นกลุ่มคู่อริจึงวกรถกลับมาอีกครั้งก่อนกระหน่ำยิงเข้าใส่กลุ่มคู่อริจนกระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว

พล.ต.ต.ภาณุมาศ กล่าวต่อว่า ได้เชิญตัวพยานผู้เห็นเหตุการณ์และบุคคลใกล้ชิดมาสอบปากคำ 5 ปากพยานก็ยังไม่สามารถสรุปยืนยันได้ว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นเกิดจากสาเหตุใด และกลุ่มใดเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใดมาก่อนจากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 8 ปลอก และหัวกระสุนอีก 4 หัว ซึ่งพยานต่างยืนยันว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนกันคนละยี่ห้อเนื่องจากเสียงที่ได้ยินไม่เหมือนกันคาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 กระบอก

พล.ต.ต.ภาณุมาศ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นการก่อเหตุของคนร้ายนั้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ตั้งเป้ามุ่งไปในทิศทางใดเป็นหลัก ทั้งเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัว เรื่องชู้สาว และเรื่องยาเสพติด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หลังจากนี้จะนัดเรียกพยานเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรเบื้องต้นของผู้เสียชีวิตพบว่าเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองอาวุธปืนเมื่อช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมา และคดีเรื่องทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอาการบาดเจ็บ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุนั้นไม่ได้ยิงผิดตัวอย่างแน่นอนเนื่องจากมีการขับรถจักรยานยนต์ผ่านของกลุ่มผู้เสียหายก่อนวนรถกลับมาก่อเหตุดังกล่าว หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านพ.ต.อ.ธนกรณฑ์ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมาผู้ตายได้มีเหตุทะเลาะวิวาทภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านสายไหมทำให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ตาย 150,000 บาท แต่ผู้ตายขอต่อรองเหลือ 10,000 บาท ผู้เสียหายไม่ยินยอมซึ่งขณะนี้คดีความยังอยู่ระหว่างการส่งฟ้องศาล จากกรณีดังกล่าวต้องเชิญคู่กรณีที่ทะเลาะกับผู้ตายมาสอบสวนด้วยว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่