ปมลับ! คดีเสี่ยต้น ‘วงจรปิด จักรยานยนต์’หลักฐานมัด เมียจ้างมือปืนยิง หวังฮุบเงินประกัน16 ล.

3.06.24 | 19:33 น.

“กล้องวงจรปิด จักรยานยนต์”หลักฐานมัดเมีย จ้างมือปืนยิง“เสี่ยต้น”สามีหวังฮุบเงินประกัน 16 ล้าน

เมื่อผู้เป็นน้องสาวหอบความกังวลระทมความทุกข์ขอความช่วยเหลือสำนักงานทนายคลายทุกข์ ว่าพี่ชายถูกคนร้ายพยายามฆ่า โดยประกบยิงในพื้นที่ สน.วังทองหลาง ขณะกลับออกจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา

น.ส.ณัฐปภัษร์ ธนภัคนันท์หิรัญ หรือเจ น้องสาวนายพิชิต กลีบจินดา อายุ 45 ปี หรือเสี่ยต้น เจ้าของธุรกิจสปาและนวดแผนไทย เข้าพบทนายให้ข้อมูลอีกว่า “ต้น” หรือพิชิต กลีบจินดา พี่ชาย เสียชีวิตอย่างปริศนา สภาพปากเขียวดำคล้ำ ที่บ้านใน อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม

เมื่อวันที่ 16 เมษายน หลังกลับมาหาภรรยา “มด” วรรณิภา หะมาลา โดยเล่ารายละเอียดสงสัยการตาย ทำไมเฟซบุ๊กของพี่ชายถึงมีการโพสต์ภาพหญิงอื่นทั้งๆ ที่กลับไปง้อภรรยาและลูกที่ จ.มหาสารคาม รวมทั้งมีการโพสต์ขายทรัพย์สินต่างๆ ของพี่ชาย เช่น บ้านพักย่านพัฒนาการ คอนโดมิเนียม เป็นต้น

“เดิมพี่ชายเป็นคนสุขภาพแข็งแรง เล่นฟิตเนสจะตายได้อย่างไร และเคยถูกลอบยิง จึงรวบรวมข้อมูลทั้งรูปภาพการตาย รูปภาพงานศพ รูปภาพก่อนเผา เอกสารใบมรณบัตร

Advertisement

แต่ครอบครัวมีเจตนาทราบสาเหตุการตายจึงเข้าหาทนายเดชาเพื่อปรึกษาคดีอาญา เมื่อหยิบเอกสารมาดูทนายบอกว่าทำเป็นคดีอาญาได้ จนนำมาถึงเส้นทางการสืบสวน” เจกล่าว

เริ่มแรกทีมสืบสวนสอบสวนตั้งปมเรื่องชู้สาวตามที่ภรรยามาให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงรายงานข้อเท็จจริงตามลำดับขั้น ต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ผบช.ภ.4)

ควบคุมสั่งการคลี่คลายคดีโดยเร็วเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.สส.ภ.4 ทีมสืบสวนระดับพระกาฬ ระดมกำลังลงพื้นที่แกะรอยทันที

จากหลักฐานรถจักรยานยนต์ที่ปรากฏในภาพกล้อวงจรปิดประกบข้างรถยนต์ “เสี่ยต้น” บนถนนเลียบทางด่วน ทำให้ทีมสืบสวนต่อจิ๊กซอว์ถึงตัวคนร้าย โดยพบว่าก่อนเกิดเหตุคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากซอยรามอินทรา 62 หลังก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์กลับเข้าในซอยดังกล่าว การสืบสวนพบว่าผู้ต้องสงสัยมีบ้านพักอยู่ในซอย

จากการสืบสวนพบว่า “มด” นัดหมายให้สามีมาพบที่บ้านที่ จ.มหาสารคาม ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเพื่อคุยเรื่องปัญหาครอบครัว โดยภรรยาออกเงินซื้อตั๋วเครื่องบิน โดยยื่นคำขาดหากไม่มาจะตัดขาดและขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มี

คำพยานบอกเล่าว่า คืนวันที่ 15 เมษายน เห็นเสี่ยต้นกับภรรยานั่งล้อมวงดื่มสังสรรค์อย่างสนุกสนาน ยืนยันว่าก่อนจะพบเสี่ยต้นเสียชีวิตเมื่อเช้าวันที่ 16 เมษายน เห็นภรรยานั่งอยู่เป็นคนสุดท้าย

ทีมสืบสวนทราบข้อมูลว่าหลังเสี่ยต้นเสียชีวิต ภรรยาพูดจาหว่านล้อมญาติสามีทุกคนว่าไม่ให้ผ่าชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุ แม้เป็นคำทักท้วงจากฝ่ายญาติว่าเป็นการตายผิดธรรมชาติ

แต่ไม่เป็นผล “มด” รีบเผาร่างอันไร้วิญญาณสามีทันทีเพื่อพยายามทำลายพยานหลักฐาน มิให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง คำร้องขอจากญาติไม่เป็นผล ภรรยาเสี่ยต้นเสนอผลประโยชน์ทรัพย์สินต่างๆ ตอบแทนญาติสามีแลกกับการเผาศพ

เวลาผ่านไปไม่นานทีมสืบสวนประชุมวิเคราะห์ประกอบกับการลงพื้นที่หาข้อมูลข่าว ทราบว่าก่อนเสี่ยต้นจะถูกลอบยิงและมาเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำที่บ้านภรรยา เสี่ยต้นทะเลาะวิวาทกับภรรยาหลายครั้งและมีการทำร้ายกัน จึงสันนิษฐานว่าเป็นมูลเหตุทำให้เสี่ยต้นเสียชีวิต

ทีมสืบสวนยังมีข้อมูลอีกว่า ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภรรยาเสี่ยต้นเริ่มหามือปืนในโซเชียลเพื่อก่อเหตุ ต่อมาเริ่มติดต่อมือปืนจากต่างจังหวัดและนัดหมายพบที่กรุงเทพมหานครเมื่อต้นเดือนเมษายนตลอดช่วง 1 สัปดาห์ จากนั้นภรรยาเสี่ยต้นจ่ายเงินค่าจ้างให้มือปืนยิงสามี 300,000 บาท โดยมีคนร้ายอีกคนที่คอยช่วยเหลือ จัดหาที่พัก จัดหาอาวุธปืนและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ โดยภรรยาเสี่ยต้นจ่ายเงินให้ 33,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย

ตลอดเวลาที่ “มด” กับมือปืนเจอกันก็บอกความเคลื่อนไหวของสามีให้ทราบตลอด ก่อนมือปืนพยายามวางแผนก่อเหตุมา 2 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ ทั้งสองจึงวางแผนร่วมกัน ล่อให้ “เสี่ยต้น” มาที่ร้านเหล้าเพื่อสะดวกในการก่อเหตุ

ต่อมาวันที่ 8 เมษายน ภรรยานัดสามีตกลงมาเจอกันที่ร้านเหล้า แต่พอถึงเวลานัดภรรยากลับบอกยกเลิกสามีกะทันหัน จากนั้นสามีจึงเดินทางกลับ ระหว่างทางกลับบ้านกลับถูกคนร้ายที่ตามมาทีหลัง “เสี่ยต้น” เพียง 4 นาทีตามประกบยิง คมกระสุนพลาดไม่โดนตัว “เสี่ยต้น” ก่อนเข้าแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง

การแกะรอยจากเทคนิคการสืบสวนแมตช์กับข้อมูลการสอบสวนพยาน 20 ปาก จึงขออนุมัติหมายจับภรรยาเสี่ยต้นกับพวก รวม 4 คน ประกอบด้วย น.ส.วรรณิภา หะมาลา หรือมด อายุ 37 ปี ภรรยาเสี่ยต้น นายสาโรจน์ เสือสุวรรณ อายุ 25 ปี นายวีรภัทร สุคนธทรัพย์ อายุ 25 ปี และนายณัฐพล ศิริโนนรัง อายุ 25 ปี

ทั้ง 4 คนยังไม่รู้ตัวว่าทีมสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันอยู่ที่พัก จนเช้าตรู่วันที่ 3 มิถุนายน ทีมสืบสวน บก.สส.บช.น. บก.น.4 และ บก.สส.ภ.4 เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นจับกุม น.ส.วรรณิภา ได้ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง ผู้ใช้จ้างวานและชี้เป้า

เบื้องต้นให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา นายสาโรจน์จับกุมได้ภายในบ้านเลขที่ 24 ซอยรามอินทรา 62 เขตคันนายาว กทม. ทำหน้าที่เป็นธุระจัดหาอาวุธปืน ที่พัก ยานพาหนะ และสถานที่ในการเตรียมการก่อเหตุ และนายวีรภัทรจับกุมได้ภายในบ้านพัก หมู่บ้านเคหะนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. รับสารภาพว่าทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ให้มือปืน ส่วนนายณัฐพลทำหน้าที่รับว่าจ้างงาน มือปืน (อยู่ระหว่างหลบหนี)

ก่อนตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง แท็บเล็ต 2 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ 8 เล่ม และเอกสารประจำตัวอีกจำนวนหนึ่งจาก น.ส.วรรณิภา ภรรยาเสี่ยต้น โทรศัพท์ 1 เครื่อง อาวุธปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก เครื่องกระสุน 5 นัด จากห้องนอนและบ่อน้ำหลังห้องนอนนายสาโรจน์

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ใช้ก่อเหตุยิงเสี่ยต้นจากนายวีรภัทร ที่พาไปตรวจยึดในพื้นที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

จากการซักถามสอบสวนขยายผลโดย พล.ต.ท.สำราญ พล.ต.ท.ธิติ พล.ต.ต.นพศิลป์ พล.ต.ต.ธีรเดช นายสาโรจน์ให้การภาคเสธว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.วรรณวิภาติดต่อจ้างวานให้เป็นธุระจัดหาในเรื่องอาวุธปืน ยานพาหนะ ติดต่อประสานหามือปืนโดยได้รับเงินโอนจาก น.ส.วรรณวิภา จำนวน 70,000 บาท และได้โอนต่อให้นายณัฐพล มือปืน ส่วนนายวีรภัทรรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายใส่เสื้อแจ๊กเก็ตสีส้มในวันเกิดเหตุ โดยทำหน้าที่เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลาง โดยรับเงินค่าจ้างจากมือปืน 4,000 บาท

ทีมสืบสวนโดย พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า ทราบมูลเหตุที่ต้องการให้ “เสี่ยต้น” ตายนั้นเกิดจากที่ภรรยาจ้างวานมือปืนยิงสามี หวังให้ตายเพื่อประโยชน์เรื่องทรัพย์สินและเงินประกันชีวิต 16 ล้านบาท สันนิษฐานเชื่อว่าจุดประสงค์ในการก่อเหตุคือต้องการหวังเอาชีวิตแต่มือปืนทำไม่สำเร็จ

ขณะที่นายณัฐพลหลบหนี ทีมสืบสวนจะสืบสวนจับกุมพร้อมกับขยายผลหาตัวผู้มีส่วนร่วมและเกี่ยวข้องในการก่อเหตุที่เหลือทั้งขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมาย