ผบช.ปส.แย้มสัปดาห์คดีเครือข่าย”ไซซะนะ”คืบ ส่งชุดสังเกตการณ์มาเลย์ดำเนินคดี”อาหว่อง”

12.02.17 | 15:30 น.

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. กล่าวถึงการดำเนินคดีกับนายไซซะนะ แก้วพิมพา ชาวลาวที่ถูกจับกุมที่ท่าอากาศสุวรรณภูมิ ก่อนจะขยายผลจนจับกุมเครือข่ายได้อีกหลายรายว่า ขณะนี้มีการดำเนินการไปหลายขั้นตอน ทั้งเชิญพยาน หรือผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ตำรวจพบความเชื่อมโยงทางคดีมาสอบปากคำ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงวันหยุดราชการ การดำเนินการบางส่วนจึงต้องถูกชลอไว้ รอวันเปิดทำการปกติ อย่างไรก็ตามอยากขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน คาดว่าภายในสัปดาห์น่าจะมีความคืบหน้าทางคดี

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวกรณีทางการประเทศมาเลเซีย จับกุมนายคามะลูดีน บิน อาหว่อง ( Mr.Kamarudin Bin Awang) ชาวมาเลเซีย ซึ่งถูกจับภายใต้มาตราการพิเศษเกี่ยวกับยาเสพติดอันตราย โดยสามารถจับกุมได้ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเชีย เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งตำรวจปส.เชื่อว่านายคามะลูดีนเป็นเป้าหมายคนเดียวกับนายไซนุเด็ง มะ ลูกเขย นายมะรินิง จาโก หรือ “มะ สิบล้อ” หัวหน้าเครือข่ายรับยาเสพติดจากทางเหนือและภาคอีสาน และอาจจะเชื่อมโยงกับนายไซซะนะที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ รวมถึงนายอุสมาน สะแลแมง นักค้ายาเสพติดที่หลบหนีอยู่ขณะนี้นั้นว่า ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้จัดชุดสำหรับเข้าไปร่วมสังเกตการณ์และสอบปากคำนายคามะลูดีน บิน อาหว่องแล้ว เหลือเพียงรอการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อกำหนดวันเดินทางเท่านั้น ส่วนประเด็นที่จะนำไปสอบปากคำนั้น ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อย่างไรตามนายคามะลูดีน บิน อาหว่อง ถูกตำรวจมาเลเซียจับกุมในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่เกิดในประเทศมาเลเซีย ไม่ได้จับตามหมายจับของประเทศไทย ดังนั้นต้องให้ทางมาเลเซียดำเนินคดีกับนายคามะลูดีน บิน อาหว่องให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คำเตือนจาก ป.ป.ส. ให้ระวังยาเสพติดที่ชื่อ “คิงคอง” ที่กำลังระบาดในต่างประเทศในรูปแบบผง มีสีสันคล้ายผงบ๊วย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าในไทยนั้น ว่า ยังไม่ได้รับการประสานให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ แต่เห็นว่าเป็นการเผยแพร่ที่เตือนให้ประชาชนได้ระมัดระวัง ซึ่งเป็นอีกรูปแบบของยาเสพติด โดยได้ส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดได้ระมัดระวังและเฝ้าจับตาเพิ่มเติมไว้แล้ว