เปิดพฤติการณ์หนุ่ม 18 ฆ่าเปลือยตัดมือแฟน รับสารภาพหมด ศาลไม่ให้ปล่อยตัว ส่งเข้าเรือนจำ

7.06.24 | 17:11 น.

เปิดพฤติการณ์หนุ่ม 18 ฆ่าเปลือยตัดมือแฟนสาว พนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต คุมตัวส่งศาลจังหวัดปทุมฯ ไม่ให้ปล่อยตัวเกรงจะหลบหนี เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวไปขังที่เรือนจำปทุมธานี

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 7 มิถุนายน ที่ศาลจังหวัดปทุมธานี พนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต คุมตัว นายธนากรณ์ หรือ แซน อายุ 18 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาฆ่าเปลือยแฟนสาว มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก ในข้อหาฆ่าผู้อื่น ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายฯ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ ส่วนของศพ และกระทำการใดๆ แก่ศพ ในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ซึ่งในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

โดยคำร้องระบุพฤติการณ์ว่า พฤติการณ์แห่งคดีคือเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2567 เวลาประมาณ 14.00 น. พนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งเหตุมีผู้พบศพหญิง ไม่ทราบชื่อนามสกุล เสียชีวิตนอนอยู่ริมถนนเลียบใต้ทางด่วน ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงได้ร่วมกับแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร่วมชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นพบศพหญิง ไม่ทราบชื่อนามสกุล ถูกฆ่าปาดคอ และตัดข้อมือขาดทั้งสองข้าง นอนเปลือยกายห่อด้วยผ้า นอนอยู่ที่กองขยะริมถนนที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ให้การว่า เวลาประมาณ 05.30 น. ขณะอยู่ในรถยนต์ตรงข้ามกับจุดเกิดเหตุ พบผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดริมถนนแล้วกำลังดึงหญ้าและเศษขยะไปปิดทับบริเวณกองขยะที่เกิดเหตุ มีลักษณะน่าสงสัยจึงใช้โทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพชายคนดังกล่าวไว้ และยังได้เดินพูดคุยกับชายดังกล่าว สอบถามว่านำอะไรมาทิ้ง ไม่ให้นำขยะมาทิ้งบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ชายดังกล่าวตอบกลับว่า “เอาของรักมาทิ้ง” จากนั้นชายดังกล่าวได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากที่เกิดเหตุไป

ต่อมาเวลาประมาณ 08.00 น. ตนเองกับภรรยาจึงพากันไปดูจุดที่ชายดังกล่าวนำสิ่งของมาทิ้งที่กองขยะ พบว่าเป็นศพถูกนำมาทิ้งไว้ จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนั้นตำรวจได้สืบสวน โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งริมถนนติดตามเส้นทางที่ชายดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์ไป กระทั่งพบว่ารถจักรยานยนต์ดังกล่าวจอดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านอาณาสิริ ซอย 1 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี มีคราบเลือดหยดที่หน้าบ้าน และที่รถจักรยานยนต์

Advertisement

ตรวจสอบพบพี่ชายนายธนากรณ์อยู่ภายในบ้าน สอบถามพี่ชายของนายธนากรณ์แจ้งว่า ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ได้ยินเสียงนายธนากรณ์ทะเลาะกับ น.ส.วรัญญา ผู้ตาย ซึ่งเป็นคนรักเสียงดังในห้องนอน จึงได้ออกมาตะโกนห้ามไม่ให้ทะเลาะกัน และเสียงทะเลาะกัน ก็เงียบไป ไม่มีเสียงอีก ต่อมาพี่ชายผู้ต้องหาได้ตื่นออกไปทำงานช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. โดยได้พบเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหามีรอยสีแดงติดอยู่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นรอยเลือดหรือไม่ จึงได้ออกไปทำงาน

ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ได้ทราบข่าวจากมารดาว่านายธนากรณ์ฆ่า น.ส.วรัญญา แล้วนำศพไปทิ้ง จึงได้ขับรถกลับบ้านมาดูผู้ต้องหาที่บ้าน แต่ประตูห้องนอนล็อกอยู่จึงได้พังประตูเข้าไป พบผู้ต้องหากินยาฆ่าตัวตายนอนชักอยู่ภายในห้อง ต่อมาบิดามารดาจึงเข้ามาดู และเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มาทำการตรวจสอบภายในห้องของผู้ต้องหา พบร่องรอยการต่อสู้และคราบเลือดภายในห้องน้ำในห้องนอน ส่วนผู้ต้องหาหมดสติและถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล

จากพยานหลักฐานข้างต้น ประกอบกับการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ต้องหาได้เคลื่อนย้ายศพจากบริเวณหมู่บ้านอาณาสิริ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ไปยังจุดเกิดเหตุที่พบศพ พยานหลักฐานยืนยันได้ว่านายธนากรณ์เป็นผู้ก่อเหตุฆ่า น.ส.วรัญญา แล้วนำศพไปทิ้งจริง

ต่อมาศาลจังหวัดปทุมธานีได้ออกหมายจับนายธนากรณ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ 223/2567 ลงวันที่ 5 มิ.ย.2567 ในข้อหา ฆ่าผู้อื่น และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมนายธนากรณ์ จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านอาณาสิริ ซอย 1 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี และถนนเลียบใต้ทางด่วน ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2567

ทั้งนี้ การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่น, ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย, โดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพ ส่วนของศพ และกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น” ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199, 288, 366/3 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณความอาญา มาตรา 150 ทวิ

ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนระบุว่า ได้ทำการสอบสวนมาจะครบ 24 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 7 ปาก รอผลการพิสูจน์ของกลาง และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-18 มิ.ย.2567 และขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงเกิน 3 ปี เกรงว่าจะหลบหนี ขณะที่ผู้เสียหายยื่นคำร้องคัดค้านการประกันเช่นกัน

ภายหลังผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลจังหวัดปทุมธานีพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว เนื่องจากเป็นคดีมีอัตราโทษสูง ลักษณะการก่อเหตุเป็นคดีสะเทือนขวัญ ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เกรงว่าจะหลบหนี โดยศาลให้ออกหมายขังผู้ต้องหานี้ส่งไปยังเรือนจำปทุมธานี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง