ดีเอสไอ เพิ่มพนง.สอบสวน คดีฟอกเงินธ.กรุงไทย ยังไม่สรุปฟ้อง”โอ๊ค พานทองแท้”หรือไม่

15.02.17 | 15:23 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 ก.พ. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เป็นประธานการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในการตรวจสอบคดีฟอกเงินการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย ให้กับกลุ่มบริษัท กฤษดามหานคร โดยมีคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และอัยการ เข้าร่วมการประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 40 นาที

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในวันนี้ดีเอสไอได้รับข้อมูลในเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์ ซึ่งทาง ปปง. ได้ดำเนินการผ่านบอร์ดธุรกรรมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนหนึ่ง ซึ่งในส่วนของทรัพย์ ปปง. ก็ได้มีการดำเนินการยึดไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนข้อมูลของบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทางดีเอสไอก็ได้รับข้อมูลไว้แล้ว ก็จะดำเนินการขยายผลสืบสวนสอบสวนต่อไป ส่วนจะมีความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มการเมือง เช่น นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือนางกาญจนภา หงษ์เหิน หรือไม่นั้น ก็กำลังดำเนินการและดูในรายละเอียดอยู่ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เราได้รับมาเป็นส่วนหนึ่งของการทุจริต ดังนั้น รายละเอียดจะถึงบุคคลดังกล่าวหรือไม่ คณะพนักงานสอบสวนต้องขอเวลาสอบสวนเพิ่มเติมอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า เส้นทางการเงินของบุคคลที่ยังไม่ได้สอบสวนเพิ่มเติมนั้น ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบครบทุกคนแล้วหรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่

เมื่อถามต่อว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบมีการโอนเงินไปเข้าบัญชีของกลุ่มการเมืองหรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีวงเงินจำนวน 20 กว่าล้านบาท ซึ่งต้องเรียนว่ามีหลายส่วน ซึ่งบางส่วนที่ชัดเจนดีเอสไอก็ได้แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ส่วนที่เหลือกำลังตรวจสอบรายละเอียดอยู่ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับจาก ปปง.มาแล้ว คณะพนักงานสอบสวนประชุมร่วมกันอีกครั้ง และก็จะเชิญปปง.มาให้ข้อมูล โดยจะนัดประชุมเร็วๆนี้ หากมีความชัดเจนเมื่อไหร่ก็จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ต้องหาที่อยู่ในเรือนจำเราก็ได้มีเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแล้ว อีกทั้ง หากพยานหลักฐานไปถึงตรงไหนเราก็จะแจ้งข้อกล่าวหาไปตามนั้น

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม โดยตั้งพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ และผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ รวมถึงรองอธิบดีดีเอสไอ เข้ามาร่วมสอบสวนในคดีนี้ด้วย ส่วนกรณีที่มีกรตั้งข้อสังเกตว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการเจรจาเรื่องปรองดอง และคดีนี้ก็เพิ่งมีการออกมาพูดถึงอีกครั้ง โดยมองว่าจะมีความเชื่อมโยงอะไรหรือไม่นั้น ในส่วนของดีเอสไอเราก็ได้ทำคดีไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนเรื่องนโยบายของผู้บังคับบัญชานั้น เป็นคนละส่วนกัน

Advertisement