เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหาร สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์และโฆษกสภาทนายความฯ กล่าวถึงกรณีสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอม ซึ่งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ระบุผู้ซื้อสลากปลอมนอกจากจะไม่ได้รับเงินหากถูกรางวัลแล้วยังมีความผิดด้วยว่า สลากกินแบ่งถือเป็นเอกสารที่ก่อให้เกิดสิทธิ จึงเป็นเอกสารสิทธิตามกฎหมายอาญา ซึ่งผู้ใดทำปลอม ก็เข้าข่ายปลอมเอกสารสิทธิ มีอัตราโทษหนักกว่าการปลอมเอกสารทั่วไป โดยบุคคลที่จะเป็นผู้เสียหายจากเอกสารปลอม ที่มีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้ มี 2 ส่วน คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งเป็นผู้ผลิตสลากฯ ออกมาจำหน่ายหาเงินเข้ารัฐ อีกกลุ่ม คือ ชาวบ้านที่ซื้อสลากฯ ดังนั้นชาวบ้านสุจริตที่ซื้อสลากฯ มาโดยไม่รู้ว่าปลอมนั้นจะมองว่าเขาทุจริตไม่ได้ โดยการพิจารณาทางอาญาต้องดูเจตนา หากผู้ซื้อไม่มีเจตนาจะผิดได้อย่างไร แต่กับคนที่รู้ว่าสลากฯ นั้นปลอม ถ้ารับสลากทำปลอมนั้นมาขายก็มีความผิด เช่นเดียวกับคนที่ตอนแรกอาจไม่รู้ แต่ภายหลังรู้ว่าปลอมแล้วยังฝืนนำออกไปขายก็มีความผิดฐานมีและใช้เอกสารสิทธิปลอม ซึ่งการนำสลากฯ ปลอมมาขายยังมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนด้วยโดยความผิดมีอัตราโทษสูง เพราะเจตนาหลอกลวง ปกปิดข้อเท็จจริงอันควรบอก แต่ไม่แจ้งกลับนำเอกสารปลอมมาขายแก่คนหมู่มากในลักษณะการขายทั่วไป
พ.ต.สมบัติ กล่าวต่อ ที่ทราบมาว่าคนที่มีสลากฯปลอม นอกจากขึ้นเงินไม่ได้ยังถูกดำเนินคดี ไม่เห็นด้วยเพราะก่อนอื่นต้องถือว่าผู้ซื้อสุจริตไม่มีเจตนา เมื่อไม่รู้ก็ไม่มีเจตนา ซึ่งความที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงว่า อะไรปลอม ไม่ปลอม สามารถยกความไม่รู้นั้น ขึ้นต่อสู้ได้ อย่างไรก็ดีขอให้สำนักงานสลากฯ ระมัดระวังเรื่องนี้ด้วย ส่วนประชาชนหากถูกดำเนินคดีลักษณะนี้ถ้าต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมาย สามารถเข้ามาปรึกษาและร้องขอความเป็นธรรมที่สภาทนายความฯ ได้
“ที่ควรรับโทษหนัก คือพวกปลอมสลาก ที่ทำออกมาแล้วยังขายได้ คนทำก็ย่ามใจเลยทำของปลอมไปขึ้นเงินอย่างนี้ยิ่งเสียหาย ไม่รู้ว่าของปลอมเหมือนของจริงแค่ไหนแต่เป็นหน้าที่ของกองสลากฯ จะต้องมีขั้นตอนการผลิตสลากที่สูงขึ้นและปลอมยาก ถ้าปลอมง่ายซื้อไปก็เจ็บใจพอแล้ว ยังถูกจับจนคนซื้อไม่มั่นใจหันไปซื้อสลากที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จะเกิดความเสียหายอย่างกว้าง”ว่าที่พ.ต.สมบัติ กล่าว

