ศาลแพ่งเลื่อนไต่สวน ‘วีลแชร์’ ฟ้อง กทม.แบบกลุ่ม 98 ราย ไม่สร้างลิฟต์บีทีเอสครบ 23 สถานี เรียก 140 ล้าน

17.02.17 | 13:38 น.

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอการยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่ม ในคดีที่นายสุพรธรรม มงคลสวัสดิ์ อายุ 50 ปี ผู้พิการนั่งรถวีลแชร์ซึ่งเป็นครูและเลขานุการโรงเรียนวัดมหาไถ่ เป็นผู้แทนกลุ่มคนพิการภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ รวม 98 คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร เป็นจำเลย เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย 361,000 บาทต่อคน ค่าเสียหายคำนวณจากการมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การไม่ได้รับความสะดวกต่างๆ ที่คำนวณเป็นเงินวันละ 1,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2559 ที่ครบกำหนดต้องดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่สั่งให้กรุงเทพมหานครจัดสร้างลิฟต์โดยสารอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการในสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ให้ครบทั้ง 23 สถานี โดยนายสุพรธรรมได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา

ต่อมา เวลา 12.00 น. นายสนธิพงศ์ มงคลสวัสดิ์ ทนายความกลุ่มภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ รวม 98 คน เปิดเผยว่า วันนี้ศาลแพ่งมีคำสั่งเลื่อนนัดการไต่สวนเกี่ยวกับคำร้องขอยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มนี้ออกไปก่อน เนื่องจากมีการส่งหมายแจ้งการฟ้องให้ กทม.ทราบเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่ง กทม.ยังไม่ได้ทำคำให้การคัดค้านเข้ามาส่งศาล ศาลจึงนัดไต่สวนใหม่ในวันที่ 21 มีนาคมนี้ เวลา 09.00 น.

นายสนธิพงศ์กล่าวอีกว่า การไต่สวนคำร้อง ได้เตรียมพยานซึ่งเป็นผู้พิการที่ขาเข้าเบิกความเพื่อให้ศาลพิจารณา โดยคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดนั้นระบุว่าผู้พิการมีสิทธิเสรีภาพที่จะเดินทางโดยสะดวก แต่กลับขาดประโยชน์จากการใช้โดยไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อลิฟต์โดยสารขึ้นไปบนสถานีนั้นมีการจัดสร้างเพียง 3 สถานีจากทั้งหมด 23 สถานี ในขณะที่รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ถึงจะมีการสร้างลิฟต์โดยสารแต่ก็ไม่ครบทุกทางขึ้น-ลง กลุ่มโจทก์มุ่งหวังว่าการยื่นฟ้องจะทำให้บริษัทที่รับผิดชอบการก่อสร้างดำเนินการก่อสร้างให้ครบทุกสถานี เพื่อให้คนพิการได้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะอย่างเท่าเทียมคนทั่วไป

ขณะที่การฟ้องนี้ ล่าสุดได้ขอแก้คำฟ้องเพิ่มเติมในส่วนค่าเสียด้วย ซึ่งตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 มาตรา 16 กำหนดให้สิทธิไว้ว่า หากเป็นการจงใจเลือกปฏิบัติต่อผู้พิการ หากศาลพิจารณาเชิงลงโทษ สามารถกำหนดค่าเสียหายให้ได้สูงสุด 4 เท่าจากค่าเสียหายที่แท้จริง ดังนั้น จึงขออนุญาตศาลแพ่งแก้ไขคำฟ้องเพิ่มเติมค่าเสียหาย จากเดิม 360,000 บาท ขอแก้ไขเป็น 1,440,000 บาทต่อราย โดยขอยื่นฟ้องตามมูลค่าความเสียหายสูงสุดไม่เกิน 4 เท่าจากเดิมที่เราคำนวณค่าใช้จ่ายจริงในมูลค่าต่ำสุด ซึ่งศาลแพ่งก็มีคำสั่งอนุญาตให้เราแก้ไขคำฟ้องได้ ส่วนถ้าถึงเวลาพิจารณาเนื้อหาคดีแล้วศาลจะวินิจฉัยอย่างไรก็เป็นดุลพินิจ