“บิ๊กต๊อก”ลั่นตรวจรถหรู”วัดปากน้ำ”ตามขั้นตอน เตรียมถาม”อธิบดีดีเอสไอ”ทำไมช้าถึง3ปี

18.01.16 | 13:52 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 มกราคม ที่กระทรวงยุติธรรม(ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ยื่นหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้เร่งรัดตรวจสอบคดีรถหรู สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ว่า เป็นการยื่นหนังสือทั่วไป ทางดีเอสไอรับไปพิจารณา ส่วนขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ว่ากันไปตามกระบวนการ เรื่องนี้เป็นที่สนใจของประชาชน เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน ทั้งของรัฐบาล และบ้านเมืองเราด้วย จึงได้ยื่นหนังสือถามความคืบหน้าคดีนี้

“เรื่องรถยนต์หรูเริ่มมีปัญหาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ตั้งแต่ปี 2556 ผ่านมา 3 ปีแล้ว คงไม่ต้องไปเร่งรัดอะไร เพราะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำตามหน้าที่อยู่แล้ว ผมไม่ได้ลงไปดูรายละเอียด เพิ่งมารู้ช่วงหลังเป็นข่าว ว่ามันมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงอะไร เพราะรายละเอียดเยอะมากหลายร้อยคัน ทั้งนี้ ผมยังไม่ได้คุยกับอธิบดีดีเอสไอเท่าไรนัก”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า การตรวจสอบในคดีรถยนต์หรู ดีเอสไอแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มรถยนต์ที่มีมูลค่า 4 ล้านบาทขึ้นไป และกลุ่มรถยนต์ที่มีมูลค่าต่ำกว่า 4 ล้านบาท สงสัยว่าทำไมต้องแบ่งกลุ่ม เพราะการนำรถเข้ามาไม่ว่าจะกี่ล้านบาทถ้าไม่ถูกต้องก็ผิดกฎหมายทั้งหมด แต่ยังไม่ได้ถามอธิบดีดีเอสไอว่าทำไมจึงต้องแยกกลุ่ม ที่จริงแล้วควรจะทำทั้งระบบให้ถูกต้อง ทั้งนี้ขอเรียนว่ายังไม่ได้ลงไปดูในรายละเอียด ต้องให้นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ลงไปดูแล เพราะไม่อยากเข้าไปยุ่มย่ามการทำงานของระดับกรม

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนต้องเร่งรัดหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่มีใครมาเร่งรัดได้หรอก ทั้งนี้ไม่เข้าใจคำว่าเร่งรัดของคนที่มายื่นหนังสือคืออะไร ถ้าเร่งรัดให้ทำเฉพาะกรณีที่เป็นประเด็นอยู่ และคดีอื่นจะไม่ต้องหรืออย่างไร เพราะฉะนั้นต้องทำไปตามปกติ หากล่าช้าเกินกว่าที่เป็น เรื่องนี้ดีเอสไอต้องตอบคำถามต่อสังคมให้ได้ เพราะก่อนที่ตนจะเข้ามาดำรงตำแหน่งมีหลายคดีที่ยังไม่ได้ทำ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน จึงให้แนวปฏิบัติไป แต่ถ้าจะเดินมาให้ทำคดีที่มาร้องเรียนว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ดังนั้น อยากให้ตามระบบไป และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผิดว่าไปตามผิด ถูกต้องว่าไปพยานหลักฐาน อย่าเอาเรื่องนี้ไปเชื่อมโยงและเป็นประเด็น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผ่านไป 3 ปีแล้ว หากเป็นบรรทัดฐานถือว่ามีความล่าช้าเกินไปหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ต้องเห็นใจ ไม่รู้ว่ามีรถที่ต้องตรวจสอบกี่คัน ขั้นตอนตรวจสอบเป็นอย่างไร การนำเข้าเชื่อมโยงกับหน่วยงานไหนหรือใครบ้าง ทั้งนี้สงสัยว่าทำไมถึงตรวจมา3ปีแล้ว รถยนต์กี่คัน ต้องพูดคุยกับอธิบดีดีเอสไอก่อนว่าเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร

Advertisement