ครอบครัว ‘เฮียตุ้ง’ ผู้ก่อเหตุ ร่วมพิธีรดน้ำศพ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ พร้อมกราบขอขมาภรรยา-ลูกชาย ‘รองหรั่ง’ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เผยนายกฯสั่งเน้นย้ำ ความปลอดภัยการปฎิบัติหน้าที่ตำรวจ
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ศาลา 3 วัดยางสุทธาราม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.น.9 เดินทางมาเคารพศพ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์ รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม ที่เสียชีวิตจากการเข้าระงับเหตุชายคลุ้มคลั่ง และถูกนายบุญมา วณิชพงศ์ธร หรือเฮียตุ้ง อายุ 49 ปี ยิงเสียชีวิต
พล.ต.ท.สำราญเปิดเผยว่า พูดคุยกับนายกฯ ซึ่งนายกฯเป็นห่วงและเน้นย้ำความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ และพร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ อะไรที่ทางตำรวจขาดเหลือจะจัดสรรให้ในส่วนของเสื้อเกราะไม้อัดที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในโลกโซเชียลขณะนี้
พล.ต.ท.สำราญกล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว เป็นเพียงกระแสการพูดคุยกันในโซเชียลเท่านั้น ทั้งนี้ ในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปฏิบัติการที่สำเร็จหรือล้มเหลว ก็จะนำมาถอดบทเรียนและนำไปฝึกอบรมให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาต่อไป
ต่อมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เดินทางมารดน้ำศพ ภายหลังจากเข้าแสดงเคารพศพจึงเดินทางกลับทันทีและโดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

ด้าน พ.ต.ท.วันเผด็จ จันยะรมณ์ รอง ผกก.2 บก.ปอศ. หลาน พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ กล่าวว่า รู้สึกตกใจหลังจากทราบเหตุ แต่ส่วนตัวเข้าใจว่าวันเกิดเหตุ อาคงคิดว่าเหตุเบาลงแล้ว เพราะตอนแรกเห็นอาใส่เสื้อเกราะและมีการเจรจากับผู้ก่อเหตุประกอบกับภรรยาผู้ก่อเหตุห่วงลูกและอยากให้นำตัวลูกออกมาจากบ้าน อาจึงเข้าไปชาร์จ แต่ลูกผู้ก่อเหตุวิ่งสวนออกมาจึงทำให้อาเสียหลักและเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น เชื่อว่าอาประเมินสถานการณ์มาแล้ว เพราะบ้านหลังดังกล่าวเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวหลายครั้งแล้ว
พ.ต.ท.วันเผด็จกล่าวอีกว่า ส่วนตัวรู้สึกเสียใจ ไม่ว่าใครก็ไม่ควรจบชีวิตแบบนี้ แต่ก็มองว่าเป็นการสูญเสียที่มีคุณค่า เพราะหากอาไม่ถูกยิง อาจจะเป็นเด็กที่ถูกยิงและไม่ได้เติบโตมาก็ได้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อยากโทษใคร เพราะมองว่าชีวิตคนสำคัญทุกคน ซึ่งทุกเรื่องไม่มีใครอยากให้เกิดและไม่มีใครรู้ว่าจะเกิด เพราะเป็นอารมณ์ชั่ววูบของคนบางคน
พ.ต.ท.วันเผด็จกล่าวว่า สำหรับตนที่มารับราชการก็เพราะว่าอาตั้งความหวังอยากให้เป็นตำรวจตั้งแต่เด็ก ประกอบกับคุณปู่ที่มีความชอบอาชีพนี้อยากให้ลูกหลานเป็น จึงเป็นตำรวจตามที่อาหวัง และอาคอยสอนมาเสมอมาว่า ทุกคนต้องรู้หน้าที่ ควรอยู่ในกรอบ และชีวิตต้องไม่ประมาท ตอนนี้อาก็เสียชีวิตไปแล้ว ตนจะอ่อนแอไม่ได้ และเชื่อว่าอารู้ว่าตนรู้หน้าที่ว่าจะต้องทำอะไรต่อ เพราะที่ผ่านมาอาไว้ใจตนมาตลอด ซึ่งตนก็ตั้งใจทำให้ครอบครัวสบาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเชิญน้ำหลวงพระราชทาน เพื่อประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ตามลำดับต่อไป
จากนั้นเวลา 17.10 น. ก่อนที่จะมีการสวดพระอภิธรรมในเวลา 19.00 น. ทางลูกสาวทั้ง 3 คน พร้อมภรรยาของนายบุญมา หรือ “เฮียตุ้ง” เดินทางมาเคารพศพ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ โดยทันทีที่ทุกคนเดินทางมาถึง
ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่าวันนี้มาแสดงความเสียใจยังไรบ้าง ลูกสาวตอบเพียงว่า ขอไม่ให้ข่าว ก่อนจะเข้าไปในศาลาที่มีการตั้งสวดพระอภิธรรม
ต่อมาในเวลา 17.50 น. ภายหลังจากพิธีการสวดพระอภิธรรมศพเสร็จสิ้นภรรยาพร้อมลูกของนายบุญมา ได้เข้าไปกราบขอขมากับ พ.ต.ท.หญิง ชนม์ณกานต์ ภรรยาและครอบครัวของ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ พร้อมกราบศพ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ ก่อนเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด



