กลุ่มอัยการแห่เเชร์ หนังสือเวียน ‘สุชาติ ไตรประสิทธิ์’ อดีต อสส. ยกอัยการ ยุครุ่งเรือง-ตกต่ำ

1.08.24 | 15:16 น.

อัยการเเห่เเชร์ หนังสือเวียน ‘สุชาติ ไตรประสิทธิ์’อดีต อสส.คนที่ 4 ยกอัยการยุครุ่งเรืองเเละตกต่ำ ขอให้ช่วยจับตากาฝาก องค์กร หลังเกิดเหตุบุกจับอัยการเมืองคอนรีดเงินคดี


จากกรณีป.ป.ช. – ป.ป.ท. นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง จับ นายชาตินรินทร์ เกตุกำพล อายุ 53 ปี อัยการผู้กลั่นกรอง สำนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชมีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์ จากผู้เสียหายรายหนึ่ง ที่ถูกดำเนินคดี ในคดี ลักทรัพย์โฉนดที่ดิน โดยอ้างว่า สามารถวิ่งเต้นเคลียร์คดีให้กับผู้เสียหายได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องยอมจ่ายเงินเป็นค่าดำเนินการจำนวน 200,000 บาทนั้น

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกลุ่มไลน์อัยการหลายกลุ่มได้มีการเเชร์ หนังสือเวียนของ นายสุชาติ ไตรประสิทธิ์ อัยการสูงสุดคนที่ 4 ของประเทศไทย ซึ่งได้ขึ้นชื่อเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เเละคอยกำชับให้อัยการไทยอย่ารับสินบน โดยหนังสือเวียนดังกล่าวลงวันที่ 17 ก.ย.2544 ความว่า

Advertisement

น้อง ๆ อัยการและธุรการทุกท่าน ตลอดเวลาการรับราชการตั้งแต่วันที่1 มิ.ย.2508 ถึงวันที่ 30 ก.ย.2544  ในองค์กรอัยการนี้ ผมได้พบเห็นยุครุ่งเรืองและยุคตกต่ำ ในยุครุ่งเรืองผู้ที่เป็นอัยการจะมีความสง่างาม และภาคภูมิใจที่จะประกาศตนเองเป็นอัยการ แต่ในยุคตกต่ำผู้คนในองค์กรนี้ก็ไม่อยากจะประกาศว่าตนเป็นอัยการและความสง่างามก็ดูจะลดลงไป ยุครุ่งเรืองและยุคตกต่ำขององค์กรนี้แท้ที่จริงแล้วก็เกิดจากผู้คนในองค์กรนี้ทั้งสิ้น บุคคลภายนอกแม้จะมีจิตใจไม่หวังดี อย่างไรก็ไม่อาจทำอะไรแก่องค์กรนี้ได้มากนัก

ในยุคสมัยที่รุ่งเรืองนั้นผู้คนในองค์กรมักจะมีจิตวิญญาณของการเป็นอัยการ กล่าวคือรักองค์กร มุ่งทำนุบำรุงองค์กร ปฏิบัติราชการด้วยความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร และสามารถเป็นหลักที่มั่นคงในกระบวนการยุติธรรมได้

เเต่ในยุคสมัยที่ตกต่ำ คนบางคนเป็นผู้ที่ทำให้ชื่อเสียงองค์กรเสียหาย ประชาชน เเละสังคมไม่เลื่อมใสศรัทธา เพราะเหตุแห่งความไม่ชื่อสัตย์สุจริต มุ่งแสวงหาช่องทางจะกอบโกยประโยชน์กลับบ้านไปให้ลูกเมีย  ยุคนั้นสมัยนั้น ผู้ที่เป็นข้าราชการฝ่ายอัยการอย่างแท้จริงจะหม่นหมอง หมดราศี ไม่อยากประกาศตนเพราะชื่อเสียงขององค์กรเสีย

ดังนั้นการกระทำของคนบางคนที่มาอาศัยองค์กรนี้แล้วทุจริต ฉ้อราษฎร์ บังหลวง จึงมิใช่การกระทำของอัยการหากแต่เป็นการกระทำของคนบางคนที่มาอาศัยองค์กรนี้เป็นกาฝากแล้วก็ทิ้งสิ่งปฏิกูลให้พวกที่เป็นอัยการต้องทนอับอาย

คนพวกนี้จึงไม่ต่างจะไรไปจากโจรที่ปล้นชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และโอกาสที่อัยการจะได้รับ อาทิ การได้ปรับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งให้ทัดเทียมกับองค์กรอื่นในกระบวนการยุติธรรมและการเป็นอัยการอาวุโส

ในโอกาสที่ผมจะพ้นจากการดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด จึงขอฝากให้ผู้ที่เป็นอัยการด้วยจิตวิญญาณจงช่วยกันจับตามองคนพวกนี้ อย่าปล่อยให้คนชั่วที่เป็นกาฝากมา
ปะปนในหมู่ของพวกเราชาวอัยการ รัก

ลงชื่อ นายสุชาติ ไตรประสิทธิ์ อัยการสูงสุด

นอกจากนี้ยังมีข้อความที่  นายสุชาติ ไตรประสิทธิ์ อัยการสูงสุด ได้เขียนไว้เมื่อครั้งตรวจเยี่ยม สำนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 26 ก.ค.44 ความว่า  องค์กรอัยการจะเจริญรุ่งเรื่องหรือตกต่ำก็ขึ้นอยู่กับบุคลากร ที่เป็นข้าราชการ หากมีบุคลากรที่มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนมากเท่าใด องค์กรอัยการก็จะตกต่ำเพียงนั้น

ดังนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราที่เป็นอัยการ และมีจิตวิญญาณรักองค์กรนี้ ต้องช่วยกันดู ผู้ที่แอบแฝงมาใช้ชื่ออัยการแล้วหากินเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือครอบครัว แล้วช่วยกำจัดออกไปโดยเร่งแจ้งให้ผู้มีหน้าที่กำจัดพวกนี้ให้ทราบและอย่าไปคบหากับพวกที่แอบแฝงนี้