หนุ่มญี่ปุ่นทำงานเมืองไทย หายตัวนาน4ปี แม่แจ้งความ เผยได้รับข้อความขอเงิน1 ล้านเยน

5.08.24 | 16:00 น.

แม่โร่แจ้ง ตร.คลองตัน หลังลูกชายชาวญี่ปุ่นหายตัวไปนาน 4 ปี ส่งข้อความสุดท้ายมาว่าป่วยหนักขอเงิน 1 ล้านเยน พบประวัติหนีประกันชั้นศาลข้อหายักยอกทรัพย์

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นางโยชิมิ นิชิ อายุ 66 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เข้าพบ พ.ต.อ.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.คลองตัน ร.ต.อ.สถาพร โสตถิยิ้ม พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน แจ้งว่า นายทากาฮิโระ นิชิ อายุ 39 ปี สัญชาติญี่ปุ่น บุตรชายเดินทางมาทำงานที่ประเทศไทย หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 ติดต่อกับบุตรชายทางแอพพลิเคชั่นไลน์เป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกจึงติดต่อขอความช่วยเหลือมายังสถานทูตญี่ปุ่น โดยได้รับแจ้งจากสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ว่าบุตรชายถูกจับกุมตามหมายจับตามคดีอาญาเลขที่ 797/2563 ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ส่งดำเนินคดีที่ศาลแขวงพระนครใต้ ต่อมาบุตรชายหลบหนีประกันในชั้นศาล และมีหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ ที่ จ.321/2565

ต่อมาวันที่ 9 มิถุนายน 2566 นางโยชิมิ นิชิ รับข้อความทางอีเมล์จากบุตรชายแจ้งว่ามีอาการป่วยหนักต้องใช้เงินจึงโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารญี่ปุ่น จำนวน 1 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 246,900 บาท หลังจากนั้นวันที่ 21 มิถุนายน 2566 มีอีเมล์มาหาอีกบอกว่าต้องใช้เงินอีก 300,000 เยน แต่มารดาไม่ได้โอนเงินให้ไป จากนั้นจึงตรวจสอบกับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พบว่าลูกชายเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 ผ่านด่าน ตม.หนองคาย และต่อวีซ่าล่าสุดที่ ตม.นครสวรค์ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 และจะสิ้นสุดการอนุญาตเมื่อปี 2565 โดยลูกชายยังไม่ได้มีการเดินทางออกจากประเทศไทยเกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานเพื่อติดตามหาลูกชาย

ด้าน พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้วซึ่งมีชายชาวญี่ปุ่นคาดว่าถูกจับกุมในพื้นที่ สน.คลองตัน ก่อนได้รับประกันในชั้นศาลเป็นที่เรียบร้อย โดยก่อนหน้านี้ทางครอบครัวยังติดต่อผู้สูญหายได้ผ่านทางโซเชียลกระทั่งล่าสุดมีการส่งข้อความมาว่า “ขอให้โอนเงินมาให้หน่อยป่วยกำลังใกล้จะตาย” ต่อมาขาดการติดต่อ ทางครอบครัวหวั่นว่าผู้สูญหายจะได้รับอันตรายจึงเข้าแจ้งความที่ สน.คลองตัน

Advertisement
นายทากาฮิโระ นิชิ อายุ 39 ปี

เบื้องต้นคาดว่าผู้สูญหายจะเป็นเพศชายชาวญี่ปุ่น ขณะนี้ยังไม่มีการประสานงานไปยัง สตม. เพราะทางครอบครัวเดินทางเข้าแจ้งความว่ามีบุคคลสูญหายในวันนี้ ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นกระบวนการของการตรวจสอบ โดยจะมีการไล่เช็กว่าประกันตัวไปอย่างไร เมื่อไร และใครเป็นผู้ประกัน รวมไปถึงพักที่ไหน