วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สภ.โคกชะงาย อ.เมือง จ.พัทลุง นายเสถียร ธรรมเพชร นายกเทศมนตรีตำบลโคกชะงาย เป็นแกนนำชาวบ้าน กว่า 100 คน รวมตัวถือป้ายประท้วงขับไล่ พ.ต.ท.พีรสินธุ์ ฤทธาพิพัฒน์ สว.สภ.โคกชะงาย ฐานไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกชะงายนำวัวของชาวบ้านที่ถูกรถชนไปขายซาก
นายเสถียรกล่าวว่า เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา วัวเพศผู้อายุประมาณ 3 ปี ของนายสมปอง เพิ่มบุญ อายุ 50 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 7 ต.โคกชะงาย ถูกรถชนตาย โดยรถคู่กรณีได้หนีหายไป เหลือแต่วัวนอนตายอยู่บนถนน เหตุเกิดบนถนนสายเพชรเกษม ช่วงพัทลุง-ตรัง ท้องที่บ้านม่วงลูกดำ หมู่ 7 ต.โคกชะงาย อ.เมืองพัทลุง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขายซากวัวไปในราคา 6,000 บาท โดยไม่มีการสืบหาเจ้าของ ตนมองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบขายซากวัวเร็วจนเกินไป และเมื่อเจ้าของวัวและญาติๆ พร้อมด้วยตนไปเจรจาที่ สภ.โคกชะงาย พ.ต.ท.พีรสินธุ์ ได้ไล่ตนออกจากห้องสอบสวน
นายเสถียร กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังขอร้องเรียนเรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ต.โคกชะงาย มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบ่อนการพนันในพื้นที่ การเรียกเก็บส่วยค่าเปิดเล่นการพนันในงานศพ ตนและชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันมายื่นหนังสือเรียกร้องให้ พ.ต.ท.พีรสินธุ์ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับเจ้าของวัว พร้อมให้ย้าย พ.ต.ท.พีรสินธุ์ ออกจากพื้นที่และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงด้วย ในการยื่นหนังสือ ตนและชาวบ้านให้เวลาทางตำรวจ ภายใน 15 วันให้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องหากไม่เช่นนั้นก็จะรวมตัวประท้วงกันอีกครั้งหนึ่ง
ด้านนายสมปอง กล่าวว่า ในเช้าวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ตนออกมาดูวัวที่ล่ามไว้ในคอกแต่ไม่พบ คาดว่าวัวจะหลุดคอกและเดินออกไปบนถนนจนเกิดอุบัติเหตุรถชนวัวตาย โดยในเวลาประมาณ 7 โมง ตนไปดูบนถนนพบแต่รอยเลือดจึงเดินทางไปแจ้ง นายกเทศบาลตำบลโคกชะงาย พร้อมเดินทางไปตรวจสอบที่ สภ.โคกชะงาย พบว่า ตำรวจได้ขายซากวัวไปแล้ว ตนรู้สึกเสียใจกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะวัวที่ถูกรถชนหากประเมินค่าอยู่ที่ 30,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ตั้งราคาประเมินซากอยู่ที่ 6,000 บาทเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การยื่นหนังสือของชาวบ้าน พ.ต.ท.พีรสินธุ์ เป็นคนรับหนังสือด้วยตนเอง พร้อมชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระทำไปตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมายอย่างถูกต้อง และที่ถูกระบุว่าไล่นายเสถียรออกจากห้องไม่เป็นความจริง ตนแค่เชิญคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปก่อน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการสอบปากคำเจ้าของวัว พร้อมยืนยันว่าในพื้นที่ สภ.โคกชะงายไม่มีการเปิดบ่อนการพนัน แต่ยอมรับว่ามีการลักลอบเล่นการพนันอยู่บ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการกวดขันจับกุมอยู่อย่างต่อเนื่อง ในส่วนกรณีที่บอกว่าเจ้าหน้าที่เรียกเก็บส่วย ให้ทางชาวบ้านชี้มาว่าเป็นตำรวจคนใด ซึ่งหากพบเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมอย่างนั้นจริง ก็จะว่าไปตามความผิด

