ป.ป.ส.พบเฮโรอีน262 แท่ง ซุกกระบะ เผยเกิดเหตุรถชน แต่ไม่ให้ยกรถไปซ่อม ผงะช่องลับ

2.09.24 | 15:48 น.

ป.ป.ส.จับเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด พบเฮโรอีน 262 แท่ง ซุกกระบะดัดแปลงช่องลับ ตบตาจนท.


เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2567 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. และผู้แทนจากหน่วยงานภาคี เปิดปฏิบัติการกวาดล้างแหล่งพักยาเสพติดในพื้นที่ตอนใน ยึดของกลาง เฮโรอีนน้ำหนัก 91.7 กิโลกรัม จำนวน 262 แท่ง และรถกระบะที่มีการดัดแปลงทำช่องลับสำหรับซุกซ่อนยาเสพติด จับกุมได้ในพื้นที่ ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 มีรายงานอุบัติเหตุ รถยนต์กระบะ วีโก้ ต้องสงสัย เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ที่ จ.เชียงราย โดยผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ยกรถไปซ่อม และได้หลบหนีไป เมื่อตรวจสอบ พบว่า รถคันดังกล่าวมีช่องลับบริเวณกระบะท้ายรถ

Advertisement

จากนั้นได้บูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดและมอบหมายให้ หน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) เฝ้าระวังรถยนต์ที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย จนกระทั่งวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 (นบ.ยส.35) และกองกำลังผาเมือง สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมไอซ์ 106 กิโลกรัม ที่ถูกดัดแปลงซุกซ่อนในรถยนต์ 2 คัน ซึ่งผู้ต้องหาเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว และรถที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ จ.เชียงราย

ตนเชื่อว่า มีเครือข่ายกลุ่มลำเลียงยาเสพติดที่ใช้รถกระบะดัดแปลงทำช่องลับในการซุกซ่อนยาเสพติดและคาดว่าน่าจะมีอีกจำนวนหลายคัน จึงได้เร่งสั่งการให้ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด มอบหมายชุดปฏิบัติการ เฝ้าติดตามสืบสวนวิเคราะห์พฤติการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มรถยนต์กระบะต้องสงสัยดัดแปลงทำช่องลับ จนสามารถพิสูจน์ทราบได้ในเวลาต่อมาอีกจำนวนหลายคัน

พบพฤติการณ์สวมทะเบียนรถปลอม เพื่อใช้อำพรางในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จนกระทั่งเช้ามืดของวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา หลังจากชุดปฏิบัติการ ป.ป.ส. ตรวจสอบ พบว่า มีรถยนต์ต้องสงสัยที่กำลังสืบสวนและเฝ้าระวัง เดินทางออกจาก จ.เชียงราย มุ่งหน้าเข้าพื้นที่ภาคกลาง จึงบูรณาการความร่วมมือประกอบกำลัง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ร่วมติดตามจนพบว่า รถยนต์ต้องสงสัยขับเข้าไปจอดในพื้นที่ ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี และในบริเวณดังกล่าวมีลักษณะคล้ายโกดังล้อมรั้วด้วยสังกะสี ชุดปฏิบัติการจึงนำกำลังแสดงตัวขอเข้าตรวจค้นจับกุม

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน เป็นคนขับรถดัดแปลงที่ซุกซ่อนยาเสพติด และคนขับรถนำทางเข้าโกดังและทำหน้าที่เฝ้าโกดัง ตรวจค้นพบของกลาง เฮโรอีน 91.7 กิโลกรัม จำนวน 262 แท่ง ถูกซุกซ่อนในรถกระบะดัดแปลงทำช่องลับ นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์สภาพเก่า จำนวน 4 คัน ถูกจอดทิ้งไว้ และได้ขยายผลตรวจค้นอีก 4 จุด ในพื้นที่ จ.นนทบุรี 1 จุด จ.สมุทรปราการ 1 จุด จ.ชลบุรี 2 จุดผลการตรวจค้น ไม่พบยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายเพิ่ม แต่ได้ยึดทรัพย์สิน อาทิเช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 1 แปลง เงินสด รถยนต์ ทองคำ ยางอะไหล่รถยนต์ และล้อแม็ก รวมมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท

จากการสืบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า ลำเลียงยาเสพติดมาแล้ว 3 ครั้ง โดยยาเสพติดส่วนใหญ่เป็นประเภท เฮโรอีน ไอซ์ เคตามีน และ ยาบ้า ใช้เส้นทางลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาจากพื้นที่ภาคเหนือ ลักษณะเลี่ยงด่านตรวจ ตั้งแต่ จ.เชียงราย จ.พะเยา จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร จ.นครสวรรค์ จ.สิงห์บุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี จนถึง จ.นนทบุรี ที่เป็นจุดเก็บพักยาเสพติด

จากคำให้การของผู้ต้องหาเพิ่มเติม ให้ข้อมูลว่า ยาเสพติด เฮโรอีน ไอซ์ถูกลักลอบลำเลียงครั้งละประมาณ 100 กิโลกรัม เฉลี่ยเดือนละ 3 ครั้ง เท่ากับว่าภายในระยะ 1 เดือน เครือข่ายดังกล่าวจะลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่ตอนในประมาณ 300 กิโลกรัม

จากการสืบสวนและตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 6 เดือน รถยนต์คันดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาแล้ว 15 ครั้ง จากนั้นก็นำยาเสพติดเข้าเก็บพักในพื้นที่ภาคกลาง ก่อนจะนำยาเสพติดไปซุกซ่อนในรถยนต์คันอื่นต่อ แล้วนำขึ้นรถสไลด์เพื่อทำการอำพราง จากนั้นจึงลำเลียงไปยังพื้นที่ภาคตะวันออก ผ่านการขนส่งทางเรือ เพื่อไปยังปลายทางประเทศที่สามต่อไป

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวอีกว่า ต้องขอขอบคุณและชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือในการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาคี หลังจากใช้เวลาติดตามพฤติการณ์ขบวนการดังกล่าวมานานร่วม 3 เดือน จนสามารถพิสูจน์ทราบรถยนต์คันอื่น ๆ ที่อยู่ในขบวนการได้ รวมถึงขอบคุณความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในการแกะรอยติดตามขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือเพื่อป้องกันและปราบปรามไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ตอนในและใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านขนส่งยาเสพติดไปประเทศที่สามต่อไป

จากนี้สำนักงาน ป.ป.ส. จะเร่งขยายผลเพื่อหานายทุนผู้สั่งการและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และขออยากฝากประชาชนหากพบเห็นเบาะแสยาเสพติดสามารถแจ้งได้ที่ 1386 ได้ทันที เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง และร่วมกันสร้างสังคมปลอดยาเสพติด