บุกบริษัทรับเหมา ซุกต่างด้าวรอส่งทำงาน รวบเมียนมาเถื่อน 10 ราย คนไทยอีก 2

13.09.24 | 17:46 น.

บุกค้นบริษัทรับเหมา ซุกต่างด้าวรอส่งทำงาน รวบเมียนมาเถื่อน 10 ราย คนไทยอีก 2


เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.1 แถลง กก.สืบสวน บก.ตม.1 สืบสวนทราบว่ามีการลักลอบนำคนต่างด้าวผิดกฎหมายมาพักไว้ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ย่านบางแค กทม. จึงตรวจสอบพบรถกระบะตู้ทึบมีคนต่างด้าวโดยสารอยู่ภายใน กำลังขับออกจากบริษัท จึงแสดงตัวขอตรวจสอบเอกสารพบความผิดปกติของผู้ถูกตรวจสอบ

จากนั้นจึงตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่จัดหางานพบว่าข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลไม่ตรงกัน จึงเชื่อว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่ทำปลอมขึ้น สอบถามคนขับรถทราบว่า รับคนต่างด้าวมาจากบริษัทดังกล่าว และมีคนต่างด้าวอีกจำนวนหนึ่งพักอยู่ด้านบน ตรวจสอบพบ นายเก่ง (นามสมมุติ) และนายออฟ (นามสมมุติ) พบมีคนต่างด้าว 4 ราย หลบซ่อนตัวอยู่ภายในอาคาร ซึ่ง 3 ราย ไม่สามารถแสดงเอกสารใดๆ ส่วนอีก 1 ราย แสดงหนังสือเดินทางประเทศเมียนมา

ตรวจสอบพบว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2566 และไม่พบว่าได้ขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักรอีก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจสอบบริเวณภายในที่ทำการสำนักงาน พบเอกสารทะเบียนใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวอยู่บริเวณโต๊ะทำงานของนายเก่ง 58 ชุด เมื่อทำการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าข้อมูลอัตลักษณ์ไม่ตรงกับข้อมูลในเอกสารจึงตรวจยึดเอกสารดังกล่าว และตรวจสอบคอมพิวเตอร์ในสำนักงาน พบว่ามีไฟล์เอกสารเกี่ยวการทำงานของบุคคลต่างด้าวอยู่ในเครื่อง มีการใช้โปรแกรมแก้ไขข้อมูลอัตลักษณ์ให้กับคนต่างด้าวที่ประสงค์จะมีเอกสารดังกล่าวไว้ใช้เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และมีการส่งข้อมูลไฟล์เอกสารที่ได้ทำการแก้ไขแล้วให้กับลูกค้าทางแอพพลิเคชั่นไลน์ จึงตรวจยึดหลักฐานและเอกสารประกอบการจับกุมทั้งหมดไว้ดำเนินคดี

Advertisement

โดยจับกุมผู้กระทำความผิดในคดี 12 ราย แบ่งเป็น ชาวไทย 2 ราย ดำเนินคดีข้อหา “ให้พี่พักหรือซ่อนเร้นชาวต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายเพื่อให้รอดพ้นจากการจับกุม” ชาวต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 10 ราย โดยแบ่งเป็น ชาวเมียนมา 5 ราย ที่จับกุมได้บนรถ ดำเนินคดีข้อหา “ใช้เอกสารราชการปลอมและเป็นคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และชาวเมียนมาอีก 5 ราย ที่จับกุมได้ในบริษัท ข้อหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาต 4 ราย และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด 1 ราย”