เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยถึงการดำเนินคดีนายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาวที่ถูกจับคาสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้สำนวนคดีที่มีการกล่าวหานายไซซะนะ ข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งกลุ่มของนายไซซะนะได้ก่อเหตุที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และด่านตรวจคนเข้าเมือง – ด่านตรวจยาเสพติด จ.หนองคาย, นครราชสีมา, ชุมพร และลานจอดรถโรงแรมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 ล่าสุดได้มีการยื่นคำร้องฝากขังเป็นครั้งที่ 4 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 11 มีนาคม นี้ ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ได้พิจารณาเรื่องและเอกสารคดีที่ พ.ต.ท.สมเกียรติ จักรชุม พนักงานสอบสวน เป็นผู้กล่าวหานายไซซะนะในคดีแล้วเห็นว่า พฤติการณ์เป็นความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทย ส่วนหนึ่งได้กระทำนอกราชอาณาจักรไทย จึงถือเป็นคดีความผิดนอกราชอาณาจักรด้วย อัยการสูงสุดจึงใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 มอบหมายให้พนักงานสอบสวนกลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สินกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบทำการสอบสวนแทนอัยการสูงสุด และให้นายวิโรจน์ ศรีดุษฎี อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานการสอบสวน, นายประสิทธิ์ บัวรักษ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานการสอบสวน และนายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 สำนักงานการสอบสวน คนหนึ่งคนใดสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวน
ร.ท.สมนึก กล่าวอีกว่า ส่วนเครือข่ายของนายไซซะนะที่ถูกตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดจับกุมเมื่อวันที่ 1-2 ตุลาคม 2559 พร้อมยาบ้าของกลาง 1.2 ล้านเม็ด และของกลางอื่นอีกหลายรายการ ซึ่งได้มีการกล่าวหา นายทรรศพล พลธี กับพวกรวม 6 คน ซึ่ง 2 ใน 6 คนนั้น ยังติดตามตัวไม่ได้ ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายฯ และกล่าวหานายทรรศพลข้อหานำเข้ายาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อจำหน่ายฯ นั้น เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 พนักงานอัยการสำนักงานคดียาเสพติด 10 ได้ยื่นฟ้องนายทรรศพล พลธี, นายไพฑูรย์ ทองเสม, น.ส.เกศญาณัฐฐ์ ธงวาด และ นายนิอุสมัน ปะจู ชาวมาเลเซีย จำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันนำเข้ายาเสพติดประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อจำหน่ายฯ, มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ และสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิด และได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต่อศาลอาญาแล้ว ในคดีหมายเลขดำ อย.5837/2559 โดยศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 13 มีนาคม นี้ เวลา 09.00 น.

