เลขาปปง.เผย ‘บิ๊กโจ๊ก’ สามารถยื่นตามสิทธิ ขอเพิกถอนอายัดทรัพย์ได้ ยันทำตามขั้นตอน

20.09.24 | 13:42 น.

เลขาฯ ปปง.เผย ‘บิ๊กโจ๊ก’ สามารถยื่นตามสิทธิ ขอเพิกถอนอายัดทรัพย์ได้ ยันทำตามขั้นตอน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. กล่าวถึงกรณีคดีของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ที่ ปปง.มีการยึดอายัดทรัพย์สินไว้เป็นทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ซึ่งอยู่ในกระบวนการที่สามารถที่จะขอเพิกถอนการยึดอายัด ซึ่งต้องยื่นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ได้ว่าที่คณะกรรมการธุรกรรมมีการอายัดทรัพย์ไว้ไม่มีทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอย่างไร ซึ่งต้องชี้แจงเอกสารหลักฐาน

ส่วนที่ตำรวจไซเบอร์ทำมาเป็นการขอข้อมูลพยานหลักฐานเกี่ยวกับการใช้อำนาจ โดยตอนนั้นที่ยึดอายัดไว้เป็นทรัพย์สินกว่า 480,000 บาท ที่มีการนำไปชำระกรมธรรม์และมีการเวนคืนกรมธรรม์ต่างๆ ทั้งนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ และเป็นมาตรฐานเดียวกันหมดไม่ได้มีการ 2 มาตรฐาน และทุกอย่างเป็นไปตามหลักการของกฎหมาย

พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ มีสิทธิที่จะแสดงเอกสารสำแดงที่มาของทรัพย์สินทั้งหมดได้ ซึ่งอยู่ในกระบวนการของ ปปง.ที่ต้องตรวจสอบ ซึ่งการมายื่นขอเพิกถอนให้อายัดทรัพย์เป็นไปตามหลักกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากการขอเพิกถอนการยึดอายัดเป็นอำนาจธุรกรรม

นายเทพสุ กล่าวว่า ปปง. ไม่ได้ดำเนินการล่าช้า ทุกคดีเป็นไปตามมาตรฐาน เนื่องจากคำสั่งยึดอายัดเป็นคำสั่งทางปกครอง ซึ่งในชั้นคณะกรรมการธุรกรรมได้กำกับดูแลการปฏิบัติงานของ ปปง. เมื่อเป็นคำสั่งทางปกครองต้องยึดตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งได้ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ซึ่งกระบวนการตรวจสอบต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ โดยอำนาจของคณะกรรมการธุรกรรมที่มีมติออกไปต้องผ่านการรับรองตามกระบวนการตามรายงานการประชุม

Advertisement