รวบ สองวัยรุ่นรังสิต ยึดยาไอซ์ 80 กิโล พร้อมอาวุธปืน-เครื่องกระสุนปืนอีกเพียบ

21.09.24 | 11:28 น.

รวบ สองวัยรุ่นรังสิต ยึดยาไอซ์ 80 กิโล พร้อมอาวุธปืน-เครื่องกระสุนปืนอีกเพียบ


เมื่อวันที่ 21 กันยายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ,พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. ,พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.ธีรเดช ร่วมสั่งการให้ พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น.,พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเสมอ, พ.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง รอง ผกก.สส.บก.สส.บช.น.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.บช.น.จับกุม นายอ้น  อายุ 23 ปี และนายนิพนธ์ อายุ 31 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางไอซ์ ประมาณ 80 กิโลกรัม คีตามีน ประมาณ 39.02 กรัม อาวุธปืน 2 กระบอก เครื่องกระสุน 96 นัด โทรศัพท์ 4 เครื่องและรถยนต์กระบะอีซูซุ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร 1 คัน

โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน โดยกล่าวหานายอ้น ว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ” และ “หลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา” และกล่าวหานายนิพนธ์ ว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์ ) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป , มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยกฎหมายและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “หลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา”

Advertisement

สามารถจับได้ที่พื้นที่ให้เช่าจอดรถภายในซอยรังสิต-ปทุมธานี 14 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ต่อเนื่อง บริเวณริมถนนหน้าร้านเล็บ ซอยรังสิต-ปทุมธานี 12 ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ต่อเนื่อง บ้านพัก ซอยรังสิต-ปทุมธานี 14 ซอย 9 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น.สืบสวนขยายผลจนทราบว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดย่านรังสิต ใช้รถยนต์กระบะของกลาง จอดอยู่หน้าบ้าน ภายในซอย รังสิต-ปทุมธานี 14 จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดมักมีพฤติกรรมมามั่วสุมกันอยู่บริเวณบ้านดังกล่าว จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณระแวก ใกล้เคียง สถานที่ดังกล่าว

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวอีกว่าต่อมาวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมาพบความเคลื่อนไหวของรถยนต์กระบะคันของกลางดังกล่าวมาจอดหน้าบ้านพัก ซอยรังสิต-ปทุมธานี 14 ซอย 9 จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นพฤติกรรมน่าสงสัยที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด


จากการเฝ้าสะกดรอยติดตามพบนายอ้น ออกมาขับรถยนต์โตโยต้า ยาริส ทะเบียน กรุงเทพมหานคร แล้วมาจอดบริเวณริมถนนหน้าบริเวณพื้นที่ให้เช่าจอดรถ ภายในซอยรังสิต-ปทุมธานี 14 จากนั้นเดินมาเปิดรถยนต์กระบะ ที่ซุกซ่อนยาเสพติดจึงควบคุมตัว จากนั้นตรวจค้นตัวนายอ้น เบื้องต้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ต่อมาขอตรวจสอบรถยนต์กระบะ คันดังกล่าวพบยาเสพติดของกลาง

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวอีกว่าตำรวจ บก.สส.บช.น.อีกชุดจับกุมนายนิพนธ์ พร้อมพบอาวุธปืน 2 กระบอก เครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ในห้องพักภายในบ้าน ซอยรังสิต-ปทุมธานี 14 ซอย 9 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ขณะที่ควบคุมตัวไว้ที่ สน.พญาไท เนื่องจาก บก.สส.บช.น.ไม่มีสถานที่ควบคุม เกิดเหตุผู้ต้องหาทั้งสองออกอุบายกับสิบเวร สน.พญาไท โดยอาศัยจังหวะล็อกคอทำร้ายสิบเวรของ สน. จับขังคุกแทน ซึ่งหลังเกิดเหตุ จึงจัดกำลังไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด พร้อมกดดันอย่างหนักทุกวิถีทาง จนสุดท้ายผู้ต้องหาขอมอบตัวที่ สภ.สีดา จว.นครราชสีมา ตำรวจจึงทำการคุมตัวกลับมา สน.พญาไท ช่วงบ่ายวันที่ 19 ก.ย. 2567

ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่าตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในฐานระบบข้อมูล นายอ้น
1.พ.ศ.2562 ข้อหา “ร่วมกันในข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ” สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ ปทุมธานี
2.พ.ศ.2563 ข้อหา “ครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ฯ” สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ ปทุมธานี และ3.พ.ศ.2564 ข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” สภ.ธัญบุรี ปทุมธานี ส่วนนายนิพนธ์
1.พ.ศ.2551 ข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1” ฯ สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ ปทุมธานี
2.พ.ศ.2558 ข้อหา “ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ฯ” สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ ปทุมธานี

ชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนหน้าที่จะถูกจับ วันที่ 17 กันยายน 2567 ช่วงขับรถยนต์กระบะของกลาง ไปรับยาไอซ์มาจากผู้ค้าแถวจังหวัดนนทบุรี จำนวน 100 กิโลกรัม ขับรถมาจอดไว้บริเวณลาดจอดรถใกล้บ้านและแบ่งยาไอซ์จำนวน 20 กิโลกรัมไปไว้ในรถโตโยต้ายาริส ส่วนยาที่เหลือของกลางอีก 80 กิโลกรัม ต่อมาวันเดียวกัน เวลาประมาณ 15.00 น. ขับรถยนต์โตโยต้ายาริส ซึ่งมีไอซ์ จำนวน 20 กิโลกรัม ออกไปส่งให้กับลูกค้าของผู้สั่งการ โดยได้สั่งการให้ติดต่อกับบุคคลที่ใช้บัญชีแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีอยู่ในโทรศัพท์เครื่องที่ผู้สั่งการได้ให้ไว้ใช้ทำงานยาเสพติด โดยผู้สั่งการให้ไปส่งไอซ์ บริเวณจังหวัดสมุทรสาคร

โดยนัดหมายนักบินบริเวณซอยเลยโรงพยาบาล ผู้ต้องหาทั้งสองช่วยกันยกไอซ์ 20 กิโลกรัม ซึ่งบรรจุในถุงพลาสติกสีดำวางไว้ที่ป้ายสีขาวแดงบริเวณดังกล่าว และส่งพิกัดโลเกชั่นให้กับนักบิน เมื่อส่งยาเสพติดเสร็จเรียบร้อยแล้วโทรศัพท์ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ไปหาผู้สั่งการ เพื่อแจ้งว่าทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นขับรถกลับมายังบริเวณหน้าบ้านและออกไปทำธุระ ในส่วนของค่าจ้างนั้น ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาได้รับออเดอร์ให้ยาบ้า ยาไอซ์ ยาเค จำนวนประมาณ 10,000 – 15,000 บาท แต่รอบนี้ผู้ต้องหารับออเดอร์ส่งยาไอซ์จำนวนมาก จึงได้ค่าจ้าง 100,000 บาท ซึ่งจะนำมาแบ่งกัน จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาทำบันทึกจับกุม และ ควบคุมตัวส่ง พนักงานสอบสวน บก.ปส.4 บช.ปส. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป