เปิดชนวนเหตุ! เสี่ยรับเหมาก่อเหตุสลด ฆ่ายกครัว 4 ศพ ป้าข้างบ้านเล่านาทีช็อก
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 21 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ขอนแก่น ร.ต.อ.พงษ์พิชิต ธนาพันธุ์ภักดี รอง สว.สอบสวน สภ.มัญจาคีรี ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันตายที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 10 บ้านขามป้อม ต.โพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น จึงรายงานให้ พ.ต.อ.พิชัย นาขันดี ผกก.สภ.มัญจาคีรี รับทราบ พร้อมกับประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัย และแพทย์เวรโรงพยาบาลพระยืน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยพบว่า มีชาวบ้านที่รู้เรื่องต่างพากันเดินทางมามุงดูเหตุการณ์กันเป็นจำนวนมาก

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน มี 2 ห้องนอน จากการตรวจที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ พบศพผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ศพ นอนจมกองเลือดอยู่ภายในห้องนอน ทราบชื่อต่อมาคือ นางจรวยพร (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี นอนหงายอยู่บนที่นอน มีรอยถูกยิงเข้าที่บริเวณชายโครงด้านขวาประมาณ 2 นัด ถัดจากปลายเท้าไป เป็นศพของ นายนภดล (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี นอนหงายในลักษณะห่มผ้า มีรอยกระสุนถูกยิงเข้าช่องปากทะลุกลางศีรษะ จำนวน 1 นัด ถัดจากเท้าของนายนภดลเป็นศพของ น.ส.คลิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี มีรอยกระสุนถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ 1 นัด ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่บนที่นอน และเมื่อตรวจสอบภายในห้องน้ำที่อยู่ภายในตัวบ้าน พบศพของ นายพรพิพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี นอนฟุบเสียชีวิตอยู่ข้างอ่างน้ำในห้องน้ำ มีร่องรอยถูกยิงที่บริเวณศีรษะ ภายในห้องที่เกิดเหตุพบ น้องเอ (นามสมมุติ) วัย 1 ขวบ 7 เดือน นั่งเฝ้าศพอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อุ้มตัวออกจากบ้านมา พบว่า ไม่ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์นี้
เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ศพ มีความเกี่ยวข้องกันคือ
- นางจรวยพร เป็นแม่ยายของนายนภดล ผู้ก่อเหตุและแม่ของ น.ส.คลิตา
- น.ส.คลิตา เป็นภรรยาของนายนภดลและเป็นลูกสาวของนางจรวยพร และเป็นน้าสาวของนายพรพิพัฒน์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ พร้อมกับสอบปากคำ นายเวียงชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี สามีของนางจรวย และพ่อตาของนายนภดล ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้อย่างหวุดหวิด ขณะเดียวกันในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังจัดการเก็บร่างของผู้เสียชีวิต พบว่ามีเพื่อนสนิทของนายพรพิพัฒน์ หรือ น้องเบส ยืนเกาะรั้วร้องไห้ด้วยความเสียใจที่เพื่อนมาเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้
นายเวียงชัยกล่าวว่า ลูกสาวได้อยู่กินฉันสามีภรรยากับนายนภดล ซึ่งประกอบอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างที่ จ.หนองคาย ได้ประมาณ 4-5 ปี โดยไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสกัน จากนั้นได้มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คือน้องเอ อายุ 1 ขวบ 7 เดือน ก่อนที่ระยะหลังทั้งคู่จะมีปัญหาทะเลาะกันรุนแรงจนถึงขั้นตีทำร้ายลูกสาวบ่อยครั้ง และเมื่อทะเลาะกันลูกสาวก็จะพาน้องเอกลับมาหาพ่อกับแม่ที่บ้าน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น แต่ไม่นานนายนภดลก็จะตามมาง้อ และลูกก็จะกลับไปที่หนองคาย ซึ่งจะเป็นแบบนี้บ่อยครั้ง
นายเวียงชัยกล่าวต่อว่า จนครั้งล่าสุดที่ลูกสาวบอกว่าถูกนายนภดลตบตีทำร้าย จึงได้พาน้องเอกลับมาที่บ้านที่ขอนแก่น โดยมาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ และบอกกับพ่อแม่ว่าจะไม่ยอมกลับไปกับนายนภดลอีก จนกระทั่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายนภดลได้เดินทางมาหาลูกสาวที่บ้าน โดยซื้อนมมาฝากให้น้องเอและเดินทางกลับไป และเดินทางกลับมาที่บ้านอีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้ โดยนายนภดลขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี สีดำ มาจอดหน้าบ้าน ซึ่งตอนนั้นตนเองได้ออกไปซื้อของในหมู่บ้าน จนกระทั่งมีเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาบอกว่าได้ยินเสียงปืนดังออกมาจากบ้านหลายนัด ก่อนที่จะเข้าไปดู แต่ตนเองก็ไม่กล้าที่จะเข้าไป จนกระทั่งตำรวจได้เข้าตรวจสอบ พบว่าทั้ง 4 คน เสียชีวิตภายในบ้าน ซึ่งหากตนเองอยู่ในบ้านช่วงเวลานั้น ก็คงจะถูกยิงตายแน่นอน

ด้านป้านาง (นามสมมุติ) ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกับบ้านหลังที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุสลดในครั้งนี้ ตนเองอาศัยอยู่ที่บ้าน ก็ไม่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย หรือเสียงคนทะเลาะกันแต่อย่างใด จนกระทั่งเวลาเกือบ 8 โมงเช้า ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาที่บ้านหลังเกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่นายหนึ่งได้อุ้มหนูน้อยวัยขวบเศษออกมาจากบ้าน โดยหนูน้อยร้องไห้ ชาวบ้านจึงช่วยกันพามาปลอบขวัญและกล่อมให้นอนหลับเพราะสงสาร ซึ่งขณะนั้นก็ยังไม่มีใครทราบว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาบอกว่ามีเหตุยิงกันตาย 4 ศพ
ในเวลาถัดมา ทางญาติของนายนภดลได้เดินทางมาจากจังหวัดหนองคาย หลังจากทราบเรื่อง โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ก่อนที่จะเข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอรับศพนายนภดลกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จ.หนองคาย ขณะที่ศพของผู้เสียชีวิตอีก 3 ศพ ทางญาติจะมีการตั้งศพเพื่อประกอบพิธีที่วัดภายในหมู่บ้านต่อไป


