“บิ๊กจวบ” เปิดศูนย์คัดแยกและส่งต่อระดับชาติเหยื่อค้ามนุษย์ หวังไทยยกระดับขึ้น Tier 1

24.09.24 | 12:37 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 กันยายน ที่ศูนย์คัดแยกและส่งต่อผู้เสียหายระดับชาติ ถนนเชิดวุฒากาศ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศพดส.ตร. เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์คัดแยกและส่งต่อผู้เสียหายระดับชาติ อย่างเป็นทางการ โดยเป็นสถานที่จัดไว้สำหรับกระบวนการคัดแยกบุคคลที่อาจเข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) โดยมีผู้แทน หน.ส่วนราชการ, ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม (NGOs) จำนวนประมาณ 80 คน เข้าร่วมงาน


พล.ต.ท.ประจวบกล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญต่อการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และประกาศเป็นวาระแห่งชาติมาอย่างยาวนานต่อเนื่องและเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2565 ก็มีความคืบหน้าที่สำคัญในเรื่องนี้ นั่นคือ คณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ได้ให้ความเห็นชอบต่อแผนปฏิบัติการว่าด้วยกลไกการส่งต่อระดับชาติ การบริหารจัดการคดี และการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ พ.ศ.2565 เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งแผนปฏิบัติการดังกล่าวยึดแนวทาง “ผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง” หรือ “victim-centric approach” และยังได้นำเอากลไกการส่งต่อระดับชาติที่ใช้แพร่หลายในระหว่างประเทศมาปรับใช้ ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทยให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องต่อหลักสิทธิมนุษยชน และกติกาสากลระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น

พล.ต.ท.ประจวบกล่าวต่อว่า กลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ National Referral Mechanism: NRM ที่กล่าวไปนั้น เป็นกลไกที่ออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสะดวกในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประสานความร่วมมือ การแบ่งปันข้อมูล การส่งต่อความช่วยเหลือคุ้มครองบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จากการบังคับใช้แรงงาน หรือบริการ เพื่อช่วยให้บุคคลเหล่านี้สามารถเข้าถึงบริการการช่วยเหลือในเบื้องต้นได้

แนวคิดที่สำคัญของกลไกนี้ มีเรื่องของการกำหนดระยะเวลาการฟื้นฟูไตร่ตรอง (reflection period) โดยเป็นช่วงเวลาที่ให้ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ได้มีโอกาสผ่อนคลาย ทบทวนประสบการณ์ที่ผ่านมาในสถานที่ที่เหมาะสม อันจะนำไปสู่การพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่สำคัญตามแผนปฏิบัติการได้แก่ 1.การรับแจ้งเหตุ 2.การคัดกรอง 3.การคัดแยก และ 4.การคุ้มครอง โดยการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ในต่างจังหวัดให้ผู้ว่าราราชการจังหวัด รับผิดชอบในการกำหนดสถานที่และบริหารจัดการให้เป็นไปตามแผน ส่วนในเขตกรุงเทพมหานครและส่วนกลาง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหามหานคร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงแรงงาน รับผิดชอบในการกำหนดสถานที่ และบริหารจัดการให้เป็นไปตามแผน

Advertisement

ในส่วนของกรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานหลักทั้ง 3 หน่วย ตามที่ได้กล่าวไปนั้น ได้ดำเนินการและปรับปรุงอาคารศูนย์ฝึกอบรมสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาอย่างต่อเนื่อง และจัดตั้งเป็น “ศูนย์คัดแยกและส่งต่อผู้เสียหายระดับชาติ (Thailand Victim Identification and Referral Center)” เพื่อให้เป็นไปตามแผน ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติเห็นชอบอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ประจวบกล่าวอีกว่า ศูนย์คัดแยกและส่งต่อผู้เสียหายระดับชาติแห่งนี้จะเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่รัฐบาลได้เห็นชอบให้มีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศที่มีต่อการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งรัฐบาลไทยมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะยกระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ Tier 2 ก้าวขึ้นสู่ระดับ Tier 1 ต่อไป

ทั้งนี้ทางคณะได้พาผู้ร่วมงานเยี่ยมชมอาคารในส่วนต่างๆ โดยชั้นที่ 2 เป็นห้องอาหาร ห้องสันทนาการ ห้องนั่งเล่น ชั้น 3 เป็นงานสอบสวน ชั้นที่ 4 เป็นห้องพัก