เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีขบวนการค้ายาเสพติดมีรูปแบบการขนส่งยาเสพย์ติดโดยใช้เยาวชนเป็นผู้ขนส่งยาเสพติดแทนผู้ที่มีอายุเกิน 18 ปี เนื่องจากหากเยาวชนถูกจับจะถูกดำเนินคดีตามระบบกฎหมายวิธีพิจารณาคดีเยาวชนที่มีบทลงโทษที่เบาและถูกนำไปบำบัดฟื้นฟูอีกทั้งจะไม่มีประวัติการกระทำผิด ว่าขณะนี้มีรายงานจากศาลทั่วประเทศว่า มีเด็กและเยาวชนถูกจับดำเนินคดีในฐานมียาเสพติดไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายมากผิดปกติ เนื่องจากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดใช้เด็กร่วมในการกระทำความผิด อย่างบางคดีจับยาเสพติดได้จากเยาวชนได้เป็นจำนวนมาก ถึง 4 แสนเม็ด กรณีนี้อาจเป็นเพราะกลุ่มผู้ค้ายาสบช่องว่างทางกฎหมาย ให้ผู้ขนส่งยาที่ถูกจับกุมเป็นเด็กจะได้พิจารณาคดีเด็ก ซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการสำหรับเด็กที่แตกต่างไปจากผู้ใหญ่ที่กระทำความผิดมาก เช่น การประกันตัว จึงได้มีการหารือและมีหนังสือให้คำแนะนำผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีเด็กและเยาวชนไปว่า ถ้าพบพฤติการณ์ว่ามีเด็กร่วมกระทำความผิดและมีพฤติการณ์ร้ายแรงเหมือนผู้ใหญ่ ต้องใช้ความเคร่งครัดในการพิจารณาพิพากษาและกำหนดโทษ บางครั้งอาจจะต้องกำหนดโทษเสมอผู้กระทำผิดที่เป็นผู้ใหญ่ กรณีที่ใช้เด็กเยาวชนเป็นเครื่องมือนี้นอกจากคดียาเสพติดแล้วยัง พฤติการณ์แบบนี้ยังพบในคดีค้ามนุษย์และคดีอุกฉกรรจ์อื่นๆอีกด้วยเช่นกัน
ว่าที่พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การที่จะลงโทษเด็กเสมอผู้ใหญ่นั้น ให้คำนึงถึงเจตนาที่แท้จริงของเด็กด้วยว่า มีความรู้สำนึกในการกระทำหรือไม่ หากไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนหิ้วมาคือยาบ้า ถ้าไม่รู้ต้องถือว่าไม่มีเจตนากระทำความผิด และเด็กเป็นเพียงเครื่องมือในการกระทำความผิดของขบวนการค้ายาเสพติด ดังนั้นขบวนการค้ายาเสพติดจึงเป็นผู้ลงมือกระทำความผิดโดยทางอ้อม โดยที่เด็กอาจไม่ผิด
ว่าที่ พ.ต.สมบัติกล่าวต่อ ว่า แม้เด็กไม่ผิด แต่ก็ยังถูกควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการตามระบบวิธีพิจารณาความคดีเยาวชนไปก่อน คงต้องถูกสอบสวนเพื่อตรวจสอบ สักระยะเด็กอาจถูกกระทบบ้าง จะให้เบี่ยงออกไปจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเลยนั้นคงไม่ได้ การที่จะเบี่ยงบุคคลออกไปจากกระบวนการฯ มันต้องเข้าเงื่อนไขของประเภทคดีและดูอัตราโทษคดีนั้นๆ แต่คดียาเสพติดเป็นคดีนโยบายรัฐ ดังนั้นคนในกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบต้องช่วยกันตรวจสอบ ปัจจุบันพ.ร.บ.ยาเสพติดได้มีการแก้ไขใหม่แล้ว เปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองเพื่อเสพแต่ถูกจับข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่าย ได้มีโอกาสพิสูจน์ ว่าตนเองว่ามีเจตนาซื้อมาเพื่อเสพเท่านั้น เพราะกฎหมายเดิมนั้นเป็นลักษณะปิดปาก ใครที่มียาสเพติดในปริมาณมากเกินที่กำหนดก็ให้ถือเด็ดขาดว่าจำหน่าย

