29 มี.ค.พิพากษา“จุฑามาศ ”อดีตผู้ว่าฯททท.- ลูก เรียกรับเงินผัวเมียนักธุรกิจหนังมะกัน 60 ล้าน

1.03.17 | 15:54 น.

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายนิกร ทัสสโร รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางและรับผิดชอบด้านการประชาสัมพันธ์ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กล่าวถึงการนัดพิพากษาคดีนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) อายุ 70 ปี และ น.ส.จิตติโสภา บุตรสาว อายุ 43 ปี ที่ตกเป็นจำเลยคดี เรียกรับเงิน สามี-ภรรยานักธุรกิจภาพยนตร์สัญชาติอเมริกัน เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ (บางกอกฟิล์ม เฟสติวัล) ปี 2002 – 2007 (ปี พ.ศ.2545 – 2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาทว่า ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดฟังคำพิพากษาคดีที่นางจุฑามาศ และบุตรสาว ถูกอัยการ ยื่นฟ้องเรียกรับเงิน สามี-ภรรยานักธุรกิจภาพยนตร์สัญชาติอเมริกัน ในวันที่ 29 มีนาคม เวลา 09.00 น. ณ อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก

นายนิกรกล่าวว่า คดีนี้ศาลได้ไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยเสร็จปลายปี 2559 รวมระยะเวลาพิจารณาคดีประมาณ 1 ปีซึ่งเป็นเวลาปกติของการดำเนินกระบวนพิจารณาในระบบไต่สวนของศาลอาญาคดีทุจริตฯ โดยคดีนี้มีพยานเอกสารทั้งภาษาไทยและต่างประเทศจำนวนมากและมีพยานที่เป็นชาวต่างชาติด้วย โดยการไต่สวนของศาลได้แสวงหาข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่าย

นายธนกร แหวกวารี ทนายความของนางจุฑามาศ อดีตผู้ว่า ททท. กล่าวว่า คดีนี้ได้นำพยานบุคคลเข้าไต่สวนต่อมาศาลกว่า 10 ปาก โดยนางจุฑามาศ และบุตรสาวก็เข้าไต่สวนด้วย และมีชาวต่างชาติ 3 ราย ซึ่งเป็นทนายความสามี-ภรรยานักธุรกิจภาพยนตร์สัญชาติอเมริกันในชั้นศาลอุทธรณ์ในต่างประเทศ และผู้ร่วมงานกับสามี-ภรรยาชาวอเมริกัน ขณะที่ตนได้ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีต่อศาลเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดตั้งแต่ช่วงสิงหาคม 2554 กระทั่งนายตระกูล วินิจนัยภาค ซึ่งดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดในปี 2558 ได้มีคำสั่งเด็ดขาดให้ฟ้องทั้งสองคน และมอบหมายให้ อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 ยื่นฟ้อง ต่อศาลเป็นคดีหมายเลขดำ อท.14/2558 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2558 ในความผิด 3 ข้อหา ฐานเป็นพนักงานเรียกรับ หรือรับทรัพย์สิน ประโยชน์ใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ , ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย ฯ , กระทำการไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เอื้อให้ผู้เข้าทำการเสนอราคานั้นเป็นผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยของรัฐ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.รบ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 , 11 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนรอราคาหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12