ทนายเชื่อมจิต ร้องสอบ รอง ผอ.สำนักพุทธ เผยอดีตภรรยาเคยถูกดำเนินคดีเงินทอนวัด

25.09.24 | 17:45 น.

ทนายเชื่อมจิต ร้องสอบ รอง ผอ.สำนักพุทธฯ เผยอดีตภรรยาเคยถูกดำเนินคดีเงินทอนวัด


เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายธรรมราช สาระปัญญา ทนายความชื่อดัง พร้อมด้วย นายประพันธ์ุ กิตติฤดีกุล เลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. นำข้อมูลหลักฐานร้องให้ตรวจสอบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

นายธรรมราชกล่าวว่า ต้องการให้ตำรวจ บก.ปปป.ตรวจสอบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยเฉพาะกรณีเมื่อปี 2561 ที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำสั่งพิพากษาจำคุกอดีตภรรยาของ นายบุญเชิด  ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธฯ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี (ผอ.พศจ.ปทุมธานี) เป็นเวลา 20 ปี พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย 12 ล้านบาท ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมนายบุญเชิดถึงไม่ถูกดำเนินคดีด้วย อีกทั้งทรัพย์สินที่อดีตภรรยามีร่วมกับนายบุญเชิดถูกยึดไปแล้วหรือไม่

นายธรรมราชกล่าวต่อว่า การที่ ผอ.สำนักพุทธฯ แต่งตั้งให้นายบุญเชิด เข้ามาเป็นรองผู้อำนวยการนั้น มีการตรวจสอบคุณสมบัติหรือไม่ จึงอยากนำหลักฐานมาให้ตำรวจ ปปป.ตรวจสอบ

Advertisement

“คดีนี้มีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้าน แต่ทำไมสังคมไม่มีใครพูดถึง ต่างจากคดีของครอบครัวเชื่อมจิตที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเอาผิดเพียงแค่ 5 คน ความเสียหายรวมกันประมาณ 5 หมื่นบาท แต่สังคมกลับพูดถึงและสนใจเรื่องนี้กันมากกว่า ” นายธรรมราชกล่าว

ส่วนนายประพันธ์ุกล่าวว่า ขอใช้คำว่าคดีเงินทอนวัดเป็นคดีเงินทอนสำนักพุทธฯ เนื่องจากได้รับข้อมูลมาว่าเมื่อปี 2561 ผอ.สำนักพุทธฯ ขณะนั้นมีการลงไปสอบถามวัดต่างๆ ว่าขาดเหลือเงินในการซ่อมบำรุงวัดเท่าไร ก็จะเอางบประมาณมาให้ แต่มีข้อแม้ให้ทางวัดแจ้งว่าขาดเงิน 20 ล้านบาท โดยคนในสำนักพุทธฯ อ้างกับทางวัดว่าจะเอามาให้แค่ 5 ล้านบาท อีก 15 ล้านบาท จะเก็บไว้ให้วัดอื่นๆ ด้วยความที่เชื่อใจและเห็นว่าเป็นคนจากสำนักพุทธฯ ลงมาพูดคุยเองจึงเซ็นยินยอมให้ไป โดยที่ไม่รู้ว่าเงินส่วนต่างอีก 15 ล้านบาทนั้น ถูกทุจริตเอาไป จึงขอใช้คำว่า “เงินทอนสำนักพุทธฯ ไม่ใช่เงินทอนวัด”