สาว ร้อง ‘ธนกฤต’ แฟนเก่าง้อขอคืนดี จับขัง 5 วัน ถูกตัดผม ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่สารพัด
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 กันยายน ที่ สน.ปทุมวัน ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงสาธารณสุข พา น.ส.แอม (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี ผู้เสียหาย เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตแฟนเก่า
หลังผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือโดยถูก นายธนทรรศ อายุ 28 ปี อดีตแฟน กักขังหน่วงเหนี่ยวนานหลายวัน ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่จะกรีดหน้า ตัดเอ็นข้อมือ กรีดเท้า ตัดหู และได้ทำการตัดผมให้ไม่สามารถไปทำงานได้
ทั้งนี้ผู้เสียหายอยากกลับบ้านไปหาครอบครัว เนื่องจากบ้านพักอยู่ละแวกเดียวกันกับผู้ก่อเหตุจึงหวั่นเกรงว่าจะได้รับอันตราย โดยมี พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผบก.น.6 ซึ่งมารักษาราชการแทน ผกก.ปทุมวัน ตำรวจฝ่ายสอบสวน เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เข้าให้การช่วยเหลือ
น.ส.แอม ผู้เสียหาย เล่าว่า ตัวเองคบหากับฝ่ายชายได้ประมาณ 2 ปี จากนั้นได้ทะเลาะกับฝ่ายชายอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากฝ่ายชายอารมณ์แปรปรวนรุนแรง หึงหวง และฝ่ายชายมีประวัติเกี่ยวข้องกับการเสพยาเสพติด จึงตัดสินใจเลิกกับฝ่ายชายได้ 6 เดือน ต่อมา ฝ่ายชายพยายามง้อขอคืนดีโดยทำทีมาพูดจาด้วยดี
จากนั้นได้ตกลงนัดเจอกันครึ่งทางแถววงเวียนใหญ่เพื่อเคลียร์ปัญหากัน แต่หลังจากพบกันก็ถูกพามากักขังไว้ที่บ้านของฝ่ายชายย่านแขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 16-20 ก.ย.67 และโดนยึดหนังสือเดินทางไว้ เพราะตัวเองต้องไปทำงานที่ต่างประเทศบ่อย

น.ส.แอมเล่าต่อว่า ระหว่างที่ถูกกักขังไว้ก็ได้ทะเลาะมีปากเสียงกัน โดยตัวเองถูกฝ่ายชายใช้กรรไกรมาตัดผม ข่มขู่เอามีดจะมาทำร้าย กรีดหน้า โกนหัว จะตัดเอ็นข้อมือข้อเท้า และโดนกักขังอยู่ในบ้านของฝ่ายชายโดยมีโซ่ล็อกอยู่ด้านนอกอีกชั้นหนึ่ง มีทางเดียวที่จะหนีออกมาได้คือการกระโดดออกด้านหลังห้องซึ่งเป็นอาคารสูงสามชั้น แต่ตัวเองอาศัยจังหวะที่ฝ่ายชายไม่อยู่บ้านตะโกนขอความช่วยเหลือโดยหนีออกมาได้วันที่ 20 ก.ย.67 ช่วง 20.00-21.00 น. จากนั้น ก็ได้มาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีไว้ว่าโดนกักขังหน่วงเหนี่ยว
น.ส.แอมได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ให้ตัวเองสามารถกลับบ้านมาอยู่กับครอบครัวได้ เพราะปัจจุบันไม่สามารถไปทำงานได้เนื่องจากถูกตัดผม และเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยหากกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านพักของตัวเองเพราะว่าอยู่ในละแวกเดียวกันกับฝ่ายผู้ก่อเหตุ โดยผู้ก่อเหตุได้ข่มขู่เอาไว้ ทำให้ตัวเองต้องอยู่อย่างหวาดระแวง และกลัวอันตรายต่อชีวิต
ดร.ธนกฤตกล่าวว่า ผู้เสียหายถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ขู่ฆ่า ถูกกล้อนผม แล้วระหว่างถูกกักขังถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วย พฤติกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นบุคคลดังกล่าวมีประวัติเรื่องการใช้ยาเสพติดมาก่อน โดยระหว่างอยู่ที่บ้านฝ่ายชายซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกกักขังไว้นั้น มีแม่ของฝ่ายชายอยู่ในบ้านหลังนั้นด้วย แต่ไม่ได้ให้การช่วยเหลือเนื่องจากเกรงจะถูกทำร้ายเช่นเดียวกัน แต่ผู้เสียหายอาศัยจังหวะที่ฝ่ายชายไม่อยู่ตะโกนเรียกให้คนที่อยู่ใกล้เคียงกันมาช่วยเปิดพังประตูออกมาจึงสามารถหลบหนีออกมาได้ โดยฝ่ายผู้เสียหายร้องขอเรื่องความปลอดภัยเพราะถูกข่มขู่หมายเอาชีวิตและทำร้ายร่างกายต่างๆ เพื่อไม่ให้ฝ่ายหญิงหนีไปไหนได้
ดร.ธนกฤตกล่าวว่า การใช้ความรุนแรงและทำร้ายร่างกายกันภายในครอบครัวไม่ควรเกิดขึ้น และถูกมองข้ามไป หากพบเห็นการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว ควรต้องรีบเข้าให้ความช่วยเหลือและสร้างความเข้าใจกับทั้งสองฝ่ายให้มากที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงที่อันตรายต่อชีวิตของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ กระทรวงยุติธรรม เข้ามาช่วยเหลือดูแลผู้เสียหาย

จากนั้นทาง ดร.ธนกฤต เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองพยานจากกระทรวงยุติธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พาผู้เสียหายกลับไปยังบ้านพักของตัวเองบริเวณย่านตลาดมหานาค เขตดุสิต กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจ สน.นางเลิ้ง เพื่อดูเรื่องความปลอดภัยในชีวิตให้กับผู้เสียหาย ส่วนการดำเนินการกับฝ่ายชายผู้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้เสียหายและจะดำเนินการออกหมายเรียกหรือหมายจับต่อไป
ภายหลังจากลงพื้นที่ น.ส.แอมกล่าวว่า ไม่ได้กลับมาที่บ้านหลังนี้นานกว่า 6 เดือนแล้ว ต้องไปขอพักอาศัยกับเพื่อนอยู่ที่อื่นเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย วันนี้ได้กลับมาบ้านเจอน้องเจอลูกของตัวเองก็รู้สึกดีใจ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมและส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยทางรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ยืนยันว่าจะดำเนินคดีในทุกข้อหาที่พบว่ามีการกระทำความผิด


