จากกรณีกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) บุกจับกุม นายปัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 4738 /2567 ลงวันที่ 27 ก.ย.2567 ข้อหา1.ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้
2.กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เป็นการกระทำโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือหรือทวารหนักของบุคคลนั้น 3.พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด โดยจับกุมได้จับกุมที่ ริมถนนบ้านกล้วย-ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังก่อนหน้านี้ไปก่อเหตุหลอกจ้าง.ส.หนิง (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ชาวเมียนมา ให้มาทำงานเป็นแม่บ้าน แต่กลับพาไปเข้าโรงแรมม่านรูด ก่อนใช้กำลังทำร้ายร่างกาย ก่อนบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 2 ครั้ง ก่อนจะพาไปทิ้งไว้ข้างทาง ภายหลังเจ้าตัวให้การปฏิเสธอ้างว่าเป็นการซื้อขายบริการทางเพศ ฝ่ายหญิงสมยอมเอง แต่ตำรวจไม่เชื่อ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ต้องหาเคยมีประวัติก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้ง
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 28 กันยายน พนักงานสอบสวน บก.ปคบ.ได้ควบคุมตัวนายปัญญาจากห้องขังของตึกศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อนำไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยระหว่างคุมตัวนายปัญญาพบว่ามีสีหน้าเรียบเฉยไม่ยอมกล่าวใดๆ กับสื่อมวลชน ส่วนทางด้านคดีความนายปัญญาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและร้องขอให้บิดาเป็นผู้ประกันตัว
ทั้งนี้ในระหว่างนำตัวไปขึ้นรถ เพื่อนำส่งศาลฝากขัง ผู้ต้องหาก็ยังคงไม่ตอบคำถามใดๆ และยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม ด้านพนักงานสอบสวนได้ระบุท้ายคำร้องฝากขังคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาโดยระบุสาเหตุว่าคดีดังกล่าวมีอัตราผู้สูงและเกรงว่าผู้ต้องหาจะออกไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือข่มขู่พยาน ทั้งนี้อยู่ที่ศาลจะพิจารณาท้ายคำร้องดังกล่าวอย่างไร
โดยผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ระหว่างสอบปากนายปัญญากล่าวว่าตนไม่ได้ก่อเหตุดังกล่าว แต่เป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่าย เมื่อทนายความสอบถามว่ามีภรรยาหรือไม่ นายปัญญาตอบว่ามีภรรยาอยู่ 7 คน แต่ไม่ประสงค์ให้ภรรยามาติดต่อเรื่องคดี
ด้าน พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ ผกก. 2 บก.ปคม. เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการขยายผลพยานหลักฐานที่ตำรวจสามารถเก็บได้จากตัวผู้ต้องหาเพื่อนำไปตรวจสอบทางเทคนิคว่ายังมีผู้เสียหายรายใดที่เคยตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหาหรือไม่ รวมถึงจะมีการไปสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดอีกครั้งเพื่อขยายผลนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัตินายปัญญา พบว่าเมื่อช่วงเดือน พ.ค. 67 เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับแรงงานต่างชาติชาวลาวอายุ 19 ปี โดยผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สภ.บางบัวทอง และพบอีกหนึ่งคดีซึ่งได้ก่อเหตุเมื่อช่วงเดือน ส.ค.67 มีผู้เสียหายเป็นสาวชาวเมียนมา ในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชศรีมา และในขณะเข้าจับกุม ผู้ต้องหายังอยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดีในคดีก่อนหน้า แต่ยังคงมาก่อเหตุในคดีนี้โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงทำให้น่าเชื่อน่าจะมีเหยื่อรายอื่นอีกหลายราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

