รวบตัว อดีตพนักงานร้านกาแฟแสบ แอบยักยอกเงินนายจ้าง สารภาพทำไป 56 ครั้ง มูลค่า 2.13 แสนบาท
เมื่อวันที่ 30 กันยายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.ฯ พ.ต.ต.สุนทร ทองพงษ์เนียม สว.กก.สส.1ฯ, ร.ต.อ.ปรัชญา โคตรสาขา รอง สว.กก.สส.1ฯ ร่วมกันจับกุม น.ส.ปัฐมาภรณ์ พูลสวัสดิ์ อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหา “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง” ได้ที่หน้าร้านอาหาร ซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ แขวงพญาไท เขตพญาไท กทม.

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า สืบเนื่องจากปี 2565 ผู้เสียหายว่าจ้าง น.ส.ปัฐมาภรณ์ มาเป็นลูกจ้างร้านกาแฟ เบเกอรี่ ย่านสามเสน โดยเจ้าของร้านแจ้งพนักงานทราบว่าหากมีเพื่อนสนิท และญาติเข้ามาใช้บริการร้านให้นำเงินสดประมาณ 30,000 บาทที่เก็บไว้ในเคาน์เตอร์ของร้านมาชำระแทน หากเงินใกล้หมดให้แจ้งเพื่อจะนำเงินมาเติมอยู่เป็นระยะๆ ขณะลูกจ้างทำงานภายในร้านมักมีพฤติกรรมขอยืมเงินพนักงานภายในร้าน รวมถึงเจ้าของหลายครั้ง บางครั้งอ้างว่ามารดาเสียชีวิตไม่สามารถนำร่างมาประกอบพิธีทางศาสนาได้ เนื่องจากไม่มีเงินไปชำระให้แก่ทางโรงพยาบาล ด้วยความใจอ่อนและสงสาร เจ้าของร้านจึงมอบเงิน 20,000 บาท ให้ผู้ต้องหา แต่มาภายหลังมาทราบความจริงว่าถูกหลอก และมารดาไม่ได้ล้มป่วยและเสียชีวิตแต่อย่างใด ซึ่งผู้ต้องหารับว่าโกหกเรื่องที่เกิดขึ้นจริง
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า ต่อมาประมาณเดือนกันยายน 2566 เจ้าของร้านพบความผิดปกติโดยเงินที่เก็บไว้ในเคาน์เตอร์จำนวนดังกล่าวลดลงเร็วผิดปกติ แต่ยอดจำหน่ายทางร้านไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด จึงตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาแอบลักเอาเงินที่เก็บไว้ชำระค่าบริการภายในร้าน จำนวนกว่า 56 ครั้งมูลค่ากว่า 213,000 บาท เมื่อผู้เสียหายทราบเรื่องจึงสั่งพักงานและไม่ให้เข้ามาทำงานอีก จากนั้นทางผู้เสียหายจึงแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดี

ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า สอบถาม น.ส.ปัฐมาภรณ์ รับสารภาพว่าก่อนเกิดเหตุทำงานอาชีพเป็นพนักงานประจำภายในร้านกาแฟมาแล้วหลายร้าน ระหว่างก่อเหตุไปกู้ยืมเงินนอกระบบจากบุคคลภายนอกหลายรายกว่า 60,000 บาท โดยจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 20 และร่วมเล่นวงแชร์จำนวนหลายวงเพื่อนำเงินดังกล่าวมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัวซึ่งอยู่ด้วยกันรวม 6 ชีวิต แต่พอมาถึงช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ถูกลดเงินเดือนและรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย จึงออกมาหางานทำใหม่แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน จนปี 2565 เข้ามาทำงานภายในร้านของผู้เสียหาย พบเห็นว่าผู้เสียหายมักนำเงินมาเก็บไว้ภายในเคาน์เตอร์ร้าน จนเกิดปัญหาขัดสนเรื่องเงินทองภายในครอบครัว จึงเกิดความโลภความอยากได้ฉวยโอกาสเจ้าของร้านและพนักงานไม่อยู่ แอบลักเอาเงินครั้งละประมาณ 3,000-5,000 บาทออกจากเคาน์เตอร์โดยตลอดกว่า 50 ครั้ง รวมกว่า 200,000 บาท
ภายหลังทางร้านสั่งให้พักงานจึงมิได้เข้าไปทำงานภายในร้านและเพิ่งจะได้งานใหม่เป็นพนักงานภายในร้านกาแฟ ย่านอารีย์ ได้ประมาณ 2 เดือน มาถูกจับกุมขณะทำงาน จึงควบคุมตัวนำส่ง พงส.สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีต่อไป

