ร้อง สน.ห้วยขวาง ตรวจสอบกลุ่มทุนจีนเปิดร้านขายสินค้าไม่มี อย.

30.09.24 | 17:27 น.

เครือข่ายผู้ประกอบการไทย หอบหลักฐาน ร้องสน.ห้วยขวาง ตรวจสอบกลุ่มทุนจีน เปิดร้านขายสินค้าจีน ไม่มี อย. 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 กันยายน ที่สี่แยกห้วยขวาง นายรัตนมงคล เลิศทวีวิทย์ เครือข่ายปกป้องผู้ประกอบการไทย พร้อมนายนรุตม์ชัย บุนนาค คณะทำงาน ร่วมกับแนวร่วมผู้ประกอบการ SMEs ไทย แถลงข่าวระหว่างลงพื้นที่บริเวณห้วยขวาง เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ดำเนินการตามกฎหมายกับสินค้าต่างชาติ ที่ทะลักเข้ามาวางขายอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐที่ปล่อยให้สินค้าเถื่อนต่างชาติทะลักเข้ามาในประเทศจนกระจายอยู่ทุกมุมเมือง

นายรัตนมงคลเปิดเผยว่า ร้านค้าเหล่านี้ลักลอบขายสินค้าอุปโภคบริโภคโดยนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย ทำให้ราคาสินค้าต่ำเกินจริง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ SMEs ไทย ซึ่งถูกทุนต่างชาติเข้าครอบครองจนทำให้ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง หลายแห่งต้องปิดตัวลงเนื่องจากไม่สามารถแข่งขันได้ ซึ่งตนยังได้นำหลักฐานซึ่งได้จากการลงพื้นที่มาแสดงอีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อเหล่านี้ ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายการนำเข้าอย่างถูกต้องตามมาตรฐานของประเทศไทย ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือมีการทำฉลากภาษาไทย ก็มีลักษณะทำขึ้นเองไม่ใช่ฉลากที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. จึงไม่ผ่านมาตรฐานและคุณภาพความปลอดภัย

Advertisement

สำหรับการวางจำหน่ายในประเทศไทย อันตรายต่อผู้บริโภค ทั้งยังหลบเลี่ยงภาษีนำเข้าทำให้ราคาสินค้าต่ำเกินจริง ตนและเครือข่ายฯเห็นด้วยและขอสนับสนุนท่าทีของแนวผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ที่เรียกร้องรัฐบาลไทยให้จริงจังในการจัดการกับสินค้าที่ลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ด้วยความหย่อนยานของเจ้าหน้าที่ และการเรียกรับสินบน ทั้งนี้ ตนขอตั้งคำถามไปถึงรัฐบาลไทย นายกรัฐมนตรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เหตุใดจึงปล่อยให้มีการหลบเลี่ยงการนำผลิตภัณฑ์เข้ามาวางขายในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย และปล่อยให้หลบเลี่ยงการเสียภาษีและนำสินค้าที่ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานของประเทศไทย มาวางจำหน่ายในทุกมุมเมืองได้อย่างเสรี

กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลสินค้า เหตุใดจึงปล่อยให้นอมินี ซึ่งใช้ตัวแทนคนไทยถือหุ้นเข้ามาครอบงำธุรกิจในประเทศได้อย่างไร้การควบคุม, กรมศุลกากร เหตุใดจึงปล่อยให้การนำเข้าสินค้าที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายไทย เข้ามาขายได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการชำระภาษีนำเข้า หรือการมีใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องตรวจสอบสินค้าที่วางจำหน่ายในท้องตลาดอย่างเข้มงวด เพราะจากการตรวจสอบพบว่าสินค้าจำนวนมากไม่มีฉลากภาษาไทยและไม่ได้รับรองมาตรฐานของ อย.ยังคงวางจำหน่ายได้อย่างเปิดเผย, กระทรวงการคลัง และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ต้องบูรณาการความร่วมมือ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าใช้ช่องทาง USTD ในการทำธุรกรรม ซึ่งส่อว่าอาจเป็นช่องทางสำคัญในการฟอกเงิน และหลบเลี่ยงการชำระภาษีได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และภาครัฐต้องออกมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศ เช่น การลดหย่อนภาษีสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง และรัฐต้องสนับสนุนแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นและคนตัวเล็ก เพื่อเป็นแต้มต่อสำคัญในการแข่งขันกับทุนต่างชาติ ซึ่งทางเครือข่ายฯจะพยายาม ประสานงานกับทุกหน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

ต่อมาเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน นายรัตนมงคล และนายนรุตม์ชัย พาสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบร้านค้าที่ลักลอบขายสินค้าอุปโภคบริโภคโดยนำเข้าอย่างผิดกฎหมายในบริเวณ ถ.ประชาราฎร์บำเพ็ญ พบว่าร้านค้าที่นำสินค้าไม่มี อย.มาขายนั้นปิดทั้งหมด และในเวลา 14.00 น. นายรัตนมงคลได้เดินทางไปที่ สน.ห้วยขวาง พร้อมหอบหลักฐานทั้งหมดและเอกสารเข้าร้องเรียนต่อ พ.ต.ท.เอกราช มาละวรรณโณ รอง ผกก.ป.สน.ห้วยขวาง

โดยนายรัตนมงคลได้นำสินค้าที่ไม่มี อย.ที่ไปซื้อมาก่อนที่ร้านค้าดังกล่าวจะปิด โดยมีใบเสร็จที่เป็นภาษาจีน ยืนยันว่าได้ทำการซื้อขายจริง พร้อมกับเอกสารร้องเรียนมายื่นให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปและในวันพรุ่งนี้ (1 ตุลาคม 2567) ตนจะนำหลักฐานเข้าร้องต่อ ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าดังกล่าว

ต่อมาเวลา 14.50 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.เอกราช มาละวรรณโณ รอง ผกก.ป.สน.ห้วยขวาง เข้ารับเรื่องแทน โดยในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ประกอบกิจการรวมถึงการทำธุรกิจต่างๆ ของชาวต่างชาติบริเวณ ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ ทั้ง 2 ฝั่งนั้น มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ จึงมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายหลายหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ จึงจะต้องทำการประสานหลายหน่วยงานเพื่อบูรณาการตรวจสอบ โดยเบื้องต้นได้แจ้งประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ แล้ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานในการลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยที่ผ่านมาทุกหน่วยงานก็ได้ทำการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอยู่ตลอด