คืนแรกในเรือนจำ แม่ตั๊ก ป๋าเบียร์ น้ำตาซึม เครียด ตื่นเช้ากิน ‘ต้มจืดฟักใส่ไก่-จับฉ่าย’
จากกรณี ศาลอาญาไม่ให้ประกัน น.ส.กรกนก สุวรรณบุตร หรือ “แม่ตั๊ก” และ นายกานต์พล เรืองอร่าม หรือ “ป๋าเบียร์” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค, ร่วมกันเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในคุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด” จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย แยกไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและทัณฑสถานหญิงกลาง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผอ.กองทัณฑวิทยา รรท.ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง และในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 1 ตุลาคม ทางราชทัณฑ์ได้รับตัว น.ส.กรกนก หรือแม่ตั๊ก และนายกานต์พล หรือป๋าเบียร์ ออกจากศาลอาญา โดยในส่วนของ น.ส.กรกนก เมื่อมาถึงทัณฑสถานหญิงกลาง เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสุขภาพโดยรวม พบว่าสุขภาพร่างกายปกติ เจ้าตัวให้ความร่วมมือดี จึงเข้าสู่ขั้นตอนแยกกักตัว 5 วัน เพื่อดูเรื่องโควิด-19

สำหรับตอนที่ น.ส.กรกนก มาถึงทัณฑสถานหญิงกลาง เจ้าตัวยังไม่ปรากฏความเครียดเท่าใด สามารถรับประทานอาหารและดื่มนมได้ แต่พอตกช่วงกลางคืนพบว่า น.ส.กรกนก ค่อนข้างมีความเครียด มีอาการเศร้า นอนไม่ค่อยหลับ แต่ถือเป็นเรื่องปกติเพราะเป็นการเข้ามาภายในเรือนจำครั้งแรก โดยได้มีการขออนุญาตนำยาคลายเครียดเข้ามาใช้รับประทาน แจ้งว่าตัวเองได้ใช้ยามาแล้ว 1 เดือน โดยยาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและอนุญาตการใช้ แต่ไม่ได้มีใบรับรองแพทย์ว่าเป็นโรคซึมเศร้าแต่อย่างใด รวมถึงในตอนกลางคืนพบว่าบางช่วงบางตอน น.ส.กรกนก มีนอนน้ำตาซึม และไม่ได้พูดคุยกับผู้ต้องขังเข้าใหม่รายอื่น
ขณะนี้ น.ส.กรกนก ยังไม่ได้มีการร้องขอสิ่งใดเพิ่มเติมจากทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และยังไม่ได้เรียกร้องขอพบบุคคลใดที่เป็นผู้สนิทชิดใกล้ นอกจากนี้ เมื่อช่วงเช้าทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เข้าไปพูดคุยกับ น.ส.กรกนก พบว่ามีอาการดีขึ้น รับประทานอาหารเช้าและดื่มนมดื่มน้ำได้ปกติ เริ่มปรับตัวได้บ้าง มีการพูดคุยกับเพื่อนผู้ต้องขังเข้าใหม่รายอื่นบ้าง
จากนั้นกระบวนการของราชทัณฑ์ จะให้ น.ส.กรกนก เข้าพบนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุย และแพทย์อายุรกรรมประจำเรือนจำ เพื่อดูเรื่องสุขภาพ ซึ่งเป็นไปตามกรอบระเบียบของกรมราชทัณฑ์ในเรื่องของการดูแลผู้ต้องขัง ระหว่างนี้ น.ส.กรกนก สามารถพบทนายความ และพบพนักงานสอบสวนทางออนไลน์ได้ แต่ถ้าหากญาติประสงค์จะเดินทางเยี่ยมจะต้องครบกักโรคโควิด-19 ในระยะเวลา 5 วันก่อน หากไม่มีโควิด-19 จึงจะประสานลงทะเบียนจองเยี่ยมได้
นางกนกวรรณกล่าวว่า ในส่วนของนายกานต์พล หรือป๋าเบียร์ ภายหลังการรับตัวและตรวจสุขภาพจิตใจและร่างกาย พบว่านายกานต์พลมีโรคประจำตัว แต่ขออนุญาตไม่เปิดเผยเพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล และได้มีการขออนุญาตนำยารักษาโรคเข้ามาใช้ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยยาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและอนุญาตการใช้ จากนี้ก็จะได้พบแพทย์เพื่อพูดคุยและตรวจเรื่องสุขภาพ และพบนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุยเรื่องสุขภาพจิตใจเช่นเดียวกัน
ส่วนอาหารมื้อเช้าทัณฑสถานหญิงกลางเป็นต้มจืดฟักใส่ไก่ และเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเป็นต้มจับฉ่าย
