เปิดคำสั่งปปง. ย.193/2567 ติดหน้า โครงการคฤหาสน์หรู เพิ่งถูกยึด-อายัดกว่า2.5พันล.

3.10.24 | 20:38 น.

เปิดคำสั่งปปง. ย.193/2567 ติดหน้า โครงการคฤหาสน์หรู เพิ่งถูกยึด-อายัดกว่า2.5พันล.

จากกรณีมีบริษัทกลุ่มทุนจีนร่วมกับคนไทย เข้าไปพัฒนาโครงการคฤหาสน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนที่ดินประมาณ 30 ไร่ ติดถนนสนามบินน้ำ และแม่น้ำเจ้าพระยา พัฒนาเป็นคฤหาสน์ เดิมเคยระบุว่าราคาเริ่มต้นที่ 100 ล้านบาท ล่าสุดระบุว่าเริ่มต้นหลังละ 200 ล้านบาท และสูงสุดอาจถึง 700 ล้านบาท โดยเป็นเดี่ยวหรู 5 ชั้น ประมาณ 60 หลัง ซึ่งทุกหลังมีห้องใต้ดินและสระว่ายน้ำ ยังมีอาคาร 2 ชั้น เป็นอาคารพาณิชย์และสำนักงาน ท่าเรือ และเริ่มการก่อสร้างตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2568

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ต.ค.มีการเผยแพร่ภาพเจ้าหน้าปปง.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่นำป้ายปิดประกาศการยึดทรัพย์ โครงการ คฤหาสน์หรู ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(สำนักงาน ปปง.) จะดำเนินการปิดประกาศการยึดทรัพย์สิน ตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.193/2567

ภาพคำสั่ง ย.193/2567
ภาพวันที่ 1 ตุลาคาม 2567
ภาพวันที่ 3ตุลาคม 2567

ต่อมาบ่ายวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ พบว่าโครงการยังคงมีการก่อสร้าง จากการสอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัย(รปภ.)โครงการ ระบุเพียงว่า โครงการไม่ได้หยุดการก่อสร้าง ส่วนกรณีที่ปปง.ได้มีการนำป้ายมาติดนั้น ตนไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากวันดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่โครงการ ส่วนผู้จัดการโครงการ ได้กลับไปประเทศจีน คาดว่าจะกลับมาในเร็วๆนี้.

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวมติชนออนไลน์  ได้ตรวจสอบ คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.193/2567  พบว่า เป็นมติการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 11/2567 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้พิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด  เกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์

Advertisement

คดี นายสฤษฏ์ฯ กับพวก กรณีนี้ สำนักงาน ปปง.สืบสวนจากหนังสือร้องเรียนของประชาชน ซึ่งขอให้ช่วยดำเนินการคืนเงินที่ถูกอายัดบัญชีเงินฝากธนาคาร  เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมแล้วพบว่า เป็นกรณีที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยมีพฤติการณ์ชักชวนให้โหลดแอพพลิเคชั่น เพื่อเข้าลงทุนเทรดเหรียญดิจิทัล  ซึ่งดำเนินการเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ

ตั้งแต่หน้าที่เปิดบัญชีธนาคารไว้เพื่อรองรับการโอนเงินของผู้เสียหาย การสุ่มทักเฟซบุ๊กหาผู้เสียหาย หน้าที่พูดคุยชักชวนแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา และยังมีการโอนเงินดังกล่าวต่อไปยังบัญชีของผู้ต้องหาอีกหลายบัญชี ประกอบกับตรวจสอบเส้นทางการเงิน

พบว่ามีการโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิดผ่านบัญชีเงินฝากหลายบัญชี มีการถอนเงินสด และนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดไปซื้อทรัพย์สินหลายรายการ มีบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งคนไทยและต่างชาติ ในการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน อันเป็นความผิดฐานฟอกเงิน

โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราวจำนวน 52 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุด และบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่ากว่า 2,554 ล้านบาท (คำสั่ง ย.193/2567)

และเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2567  เว็บไซต์ราชกิจจาได้เผยแพร่ประกาศสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน  เรื่อง ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องเพื่อขอรับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน

คลิกอ่านรายละเอียด

คลิกอ่าน