ป.ป.ส.รวบชาวเกาหลี หนีหมายจับส่งไอซ์เข้าประเทศ กบดานเมืองไทย

4.10.24 | 21:19 น.

ป.ป.ส.รวบชาวเกาหลี หนีหมายจับส่งไอซ์เข้าประเทศ กบดานเมืองไทย

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., ประสานความร่วมมือร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, สำนักงานอัยการสูงสุดเกาหลี (SPO), สำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (NIS) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี จับกุม Mr.Seo Jung Num (นายซอจองนัม) สัญชาติเกาหลี อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับคดียาเสพติดของสาธารณรัฐเกาหลี เหตุเกิดที่ จ.ชลบุรี

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก Mr.Seo Jung Num (นายซอจองนัม) ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับคดียาเสพติดของสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งมีพฤติการณ์ จัดหายาเสพติด (ไอซ์) จากประเทศไทย ส่งไปยังสาธารณรัฐเกาหลี เกี่ยวข้องกับคดีเมื่อเดือนธันวาคม 2566 ทางการเกาหลีตรวจยึดพัสดุระหว่างประเทศที่ส่งมาประเทศไทย พบไอซ์ ซุกซ่อนมาในถุงกาแฟ และถุงถั่ว ทางการเกาหลีขยายผลจับกุมผู้รับพัสดุดังกล่าว และสอบปากคำทราบว่า ผู้จัดส่งยาเสพติด คือ Mr.Seo Jung Num (นายซอจองนัม) ทางการเกาหลีจึงรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ และสืบทราบว่าบุคคลดังกล่าวได้หลบหนีมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย

ซึ่งทางการสาธารณรัฐเกาหลี ได้ประสานข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์ของ คือ Mr.Seo Jung Num มายัง สำนักงาน ป.ป.ส. ตนได้มอบหมายให้ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบยาเสพติด สั่งการชุดปฏิบัติการสืบสวนติดตาม จนกระทั่งพบว่า วันที่ 3 ตุลาคม 2567 Mr. Seo Jung Num มาพักที่โรงแรม ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สำนักปราบปรามยาเสพติด

สำนักงาน ป.ป.ส. จึงประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แจ้งว่า Mr. Seo Jung Num เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ให้อยู่ในประเทศไทย เนื่องจากมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติ เพื่อให้พิจารณายกเลิกการตรวจลงตรา (วีซ่า) จากการตรวจสอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่า Mr. Seo Jung Num อยู่เกินกำหนดระยะเวลาอนุญาต (Overstay) จึงร่วมกันทำการจับกุมบุคคลดังกล่าว

Advertisement

สำนักงาน ป.ป.ส.ได้มีการประสานความร่วมมือกับ สำนักงานอัยการสูงสุดเกาหลี (SPO) สำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (NIS) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ ระหว่างประเทศไทย-สาธารณรัฐเกาหลี อย่างต่อเนื่อง โดยผลสัมฤทธิ์จากการประสานความร่วมมืออันดีระหว่างกันในปี พ.ศ.2566 สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดสัญชาติเกาหลี รวม 7 ราย และในปี พ.ศ. 2567 สามารถจับกุมรวม 5 ราย