ทุนจีนคฤหาสน์หรู โต้ไม่ได้ปลดป้ายอายัด ปปง. แค่ย้ายที่ติด แจงก่อสร้างได้อยู่ในขั้นอุทธรณ์ พบก่อสร้างรุกล้ำทางเดินเท้า สั่งรื้อทันที
ทุนจีนคฤหาสน์หรู – เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่ห้องประชุม สภ.รัตนาธิเบศร์ พล.ต.ต.ปรารถนา แผ่นผา ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นนทบุรี ตำรวจสืบสวนจังหวัดนนทบุรี สืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เจ้าหน้าที่ ตม.นนทบุรี นางจันทร์จิรา ลักษณะกุลบุตร ผู้อำนวยการสำนักช่าง เทศบาลนครนนทบุรี และนายสมพล สุระสัจจะ ปลัดอำเภอเมืองนนทบุรี
ร่วมประชุมเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างคฤหาสน์หรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ริมถนนนนทบุรี 1 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ของทุนจีน หลังตกเป็นข่าวว่าฝ่าฝืนคำสั่งอายัดของเจ้าหน้าที่ ปปง. หลังจากที่เจ้าหน้าที่ ปปง.นำคำสั่งอายัดมาปิดประกาศไว้ที่หน้าประตูทางเข้าออกไซต์ก่อสร้างแล้ว แต่มีการฝ่าฝืนนำป้ายคำสั่งดังกล่าวออกและยังคงมีคนงานทำงานก่อสร้างต่อ
หลังใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่เทศบาลนครนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.นนทบุรี บูรณาการนำกำลังลงพื้นที่เข้าตรวจสอบในโครงการก่อสร้างดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนนนทบุรี 1 ใกล้กับกระทรวงพาณิชย์ เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าภายในโครงการแห่งนี้ยังมีคนงานทำงานก่อสร้างอยู่เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นแรงงานต่างด้าวทั้งชาวจีนและชาวเมียนมา ที่ขออนุญาตเข้ามาทำงานโดยถูกต้อง
โดยในเบื้องต้นทาง วิศวกรที่ควบคุมงานก่อสร้าง ได้ชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้ย้ายคำสั่งของ ปปง.มาติดอยู่ที่ด้านหลังประตูทางเข้าออกแทน เนื่องจากป้ายที่เจ้าหน้าที่นำมาติดไว้ที่ประตูในครั้งแรกเกิดหลุดออก จึงได้ย้ายมาติดด้านในของประตูแทน ส่วนที่ยังมีคนงานเข้ามาทำงานต่อเนื่องอยู่นั้น เป็นเพราะเจ้าของโครงการได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งอายัดของทาง ปปง.ไปแล้ว หากสั่งหยุดดำเนินการก่อสร้างในตอนนี้จะส่งผลกระทบกับบริษัทผู้รับเหมาที่เข้ามาดำเนินงานก่อสร้างซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคำสั่งของ ปปง.

จากการตรวจสอบยังพบว่าโครงการก่อสร้างแห่งนี้ได้ก่อสร้างรุกล้ำกินพื้นที่ทางเดินเท้าริมถนนนนทบุรี 1 โดยอ้างว่ากำลังทำการปรับปรุงทางเดินเท้า
ผู้สื่อข่าวสอบถาม นางจันทร์จิรา ลักษณะกุลบุตร ผู้อำนวยการสำนักช่าง เทศบาลนครนนทบุรี กล่าวในเรื่องนี้ว่า เรื่องการก่อสร้างรุกล้ำขึ้นมาบนทางเดินเท้านั้น ในตอนแรกผู้รับเหมาได้มายื่นขออนุญาตกับเทศบาลนครนนทบุรีว่าจะขอทำการปรับปรุงทางเดินเท้าหน้าไซต์งานก่อสร้าง ซึ่งได้ยื่นเรื่องไว้จริง แต่ทางเทศบาลกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาออกใบอนุญาต ยังไม่ทันได้อนุญาตให้ทำการปรับปรุง จึงได้สั่งการให้ทางผู้รับเหมาโครงการเร่งคืนพื้นที่ทางเดินเท้าให้เสร็จก่อนภายในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มีโทษตามมาตรา 65 คือ จำคุก 3 เดือน และปรับไม่เกิน 60,000 บาท

ด้าน พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า จากกรณีที่มีข่าวว่ามีทุนจีนเข้ามาสร้างคฤหาสน์หรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนนนทบุรี 1 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ ปปง.ได้นำคำสั่งอายัดมาติดป้ายเพื่ออายัดทรัพย์สินในบริเวณที่ก่อสร้าง จากนั้นได้มีกระแสข่าวว่าป้ายอายัดทรัพย์สินถูกปลดออก และยังมีการดำเนินงานก่อสร้างอยู่ ซึ่งเป็นที่สงสัยในทางสังคมว่า ในเมื่อ ปปง.มีการนำหมายอายัดมาปิดแล้ว ทำไมจึงยังมีการก่อสร้างอยู่ และเรื่องแรงงานผิดกฎหมายทำงานในพื้นที่ จึงได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าประชุมร่วมกัน
พ.ต.อ.พิสุทธิ์กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่ากรรมการบริษัทที่ดำเนินการก่อสร้างคือ นายปรีชา (สงวนนามสกุล) นายโจว (สงวนนามสกุล) ชาวจีน จดทะเบียนเมื่อปี 2565 บริษัทที่รับเหมามี 2 บริษัท เริ่มก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2567 กำหนดแล้วเสร็จเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ระยะเวลาก่อสร้าง 1 ปี โดยตัวแทนเจ้าของโครงการได้นำเอกสารมายืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่า คำสั่งอายัดดังกล่าวของ ปปง.เป็นคำสั่งอายัดชั่วคราว ห้ามขนย้ายสิ่งปลูกสร้างใดๆ ออกจากพื้นที่ ผู้รับเหมาก่อสร้างเองก็ไม่ได้เคลื่อนย้ายสิ่งก่อสร้างใดๆ ออกไป และที่คนงานยังคงทำงานต่อเป็นเพราะ หลังมีคำสั่งอายัดของเจ้าหน้าที่ ปปง.มาติดประกาศไว้ ทางโครงการสามารถอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 90 วัน ซึ่งยังถือเป็นคำสั่งอายัดชั่วคราว ดังนั้นในระหว่างที่โครงการยื่นเรื่องอุทธรณ์ไปในระหว่างนี้จึงมีสิทธิก่อสร้างต่อไปได้ จนกว่า ปปง.จะมีคำสั่งหลังอุทธรณ์แจ้งกลับมาอีกครั้ง
พ.ต.อ.พิสุทธิ์กล่าวว่า ซึ่ง ปปง.เองไม่ได้แจ้งเรื่องของการระงับการก่อสร้าง เพียงแต่ว่าห้ามเคลื่อนย้ายทรัพย์ออกนอกพื้นที่ซึ่งจะเกิดความเสียหาย แต่ถ้าหากเอามาเติมเอามาสร้างเพิ่มเติมเป็นดุลพินิจของเจ้าของโครงการ ซึ่งเขาทำระหว่างนี้เป็นการอายัดชั่วคราว เป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้เจ้าของโครงการไปทำการชี้แจงกับ ปปง. หลังจากนั้น ปปง.จะทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้ามีความผิด ปปง.จะฟ้องต่อศาลภายใน 90 วัน อันนั้นก็จะมีคำสั่งที่เป็นการอายัดยึดทรัพย์อีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้เป็นการอายัดทรัพย์ ณ จุดนี้เป็นการชั่วคราว






