ผู้ช่วย ผบ.ตร.เรียกประชุมชุดสืบสวน ติดตามคืบหน้าคดี บัสทัศนศึกษาไฟไหม้ คาด ส่งฟ้องได้ กลาง พ.ย.

9.10.24 | 18:04 น.

ผู้ช่วย ผบ.ตร.เรียกประชุมชุดสืบสวน ติดตามคืบหน้าคดี บัสทัศนศึกษาไฟไหม้ คาดส่งฟ้องได้ กลาง พ.ย.

จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งว่ามีรถทัวร์ของบริษัทชินบุตรทัวร์ สีขาว ทะเบียน 30-0423 สิงห์บุรี ไฟลุกไหม้ที่ห้องโดยสารด้านหน้าและซุ้มล้อรถด้านหน้า ภายในรถมีเด็กนักเรียน และครูของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม หมู่ 5 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี วิ่งหนีตายออกมาจากรถกันอย่างอลหม่าน เจ้าหน้าที่ต้องปิดกั้นการจราจรในช่องทางด่วน ขณะนั้นมีเด็กได้รับบาดเจ็บวิ่งออกจากรถทัวร์มานั่งข้างทางเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งประสานรถพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงระดมกำลังช่วยเหลือลำเลียงเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บนำส่ง รพ. หลังเพลิงสงบพบผู้เสียชีวิตเป็นครู 3 ราย และเด็กนักเรียน 20 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้น 4 สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง.ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.หญิง สุเจตนา โสตถิพันธุ์ ผู้บังคับการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 พล.ต.ต.ยุทธนา จอมขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมประชุมความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีรถบัสมรณะ โดยใช้เวลาประชุมเกือบ 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ

พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า วันนี้รักษาการ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ตนเข้ามาดูแลความเรียบร้อยของสำนวน ก็พบว่า เรื่องของสำนวนดำเนินการไปเรียบร้อยดีมาก เราได้ทำการสอบปากคำไปแล้วประมาณ 30 กว่าปาก มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาไปแล้วจำนวน 3 ราย แต่ในวันนี้ที่มีการประชุมเพิ่มก็จะมีการพิจารณาว่าจะมีผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกหลายราย ในการกระทำความผิดต่างๆ หรือว่าการปกปิดการซ่อนเร้น หรือไม่ช่วยเหลือ รวมทั้งการกระทำหลายๆ อย่างที่เป็นความประมาท หรือพลั้งเผลอ ที่ความจงใจให้เกิดขึ้น ซึ่งในการทำสำนวนในวันนี้ ได้มีการประชุมกันก็ถือว่ามีการทำสำนวนที่สมบูรณ์มาก โดยการใช้เวลาทำสำนวนก็น่าจะใช้เวลาถึงประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน ก็คาดว่าจะส่งสำนวนส่งฟ้องตัวผู้ต้องหาได้

ส่วนอาการของนักเรียนที่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ นั้นทางโรงพยาบาลได้มีหนังสือออกมาว่า ในเคสเด็กหญิง อายุ 7 ปี – อาการทั่วไป ไฟไหม้ใบหน้า และลำตัว แผลไหม้ระดับที่สอง (Second degree burn 13%) – สัญญาณชีพปกติ ผู้ป่วยหายใจผ่านท่อช่วยหายใจโดยการใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยสามารถลดการช่วยเหลือจากเครื่องช่วยหายใจ – สามารถสื่อสารความต้องการได้ – เปลี่ยนการให้ยาแก้ปวดและยานอนหลับจากทางหลอดเลือดดำเป็นการผ่านสายให้อาหารทางจมูก – วางแผนถอดท่อช่วยหายใจในห้องผ่าตัดวันนี้ – ผู้ป่วยรับอาหารทางการแพทย์ผ่านสายให้อาหารทางจมูกได้ดี – ปัสสาวะออกปกติ – ใช้อุปกรณ์บีบคลายขาทั้ง 2 ข้างเพื่อป้องกันลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึกอุดตัน – มีไข้สูง – ไม่พบตำแหน่งติดเชื้อแน่ชัด ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ เฝ้าระวังการติดเชื้อรุนแรงทีมศัลยแพทย์

Advertisement

ในส่วนของ เด็กหญิง อายุ 9 ปี – อาการทั่วไป ไฟไหม้ใบหน้า ไฟไหม้ใบหน้า คอ แขนและมือทั้ง 2 ข้าง แผลไหม้ระดับที่สอง (Second degree burn 30%) – สัญญาณชีพปกติ – ผู้ป่วยยังคงหายใจผ่านท่อช่วยหายใจโดยการใช้เครื่องช่วยหายใจ – โดยสามารถลดการช่วยเหลือจากเครื่องช่วยหายใจ – สามารถสื่อสารความต้องการได้

เปลี่ยนการให้ยาแก้ปวดและยานอนหลับจากทางหลอดเลือดดำเป็นการผ่านสายให้อาหารทางจมูก – วางแผนถอดท่อช่วยหายใจวันพรุ่งนี้ (10 ต.ค.67) หลังจากเข้าห้องผ่าตัดเพื่อทำแผล – รับอาหารทางการแพทย์ผ่านสายให้อาหารทางจมูกได้ดี – ยังคงมีอาการไข้สูง – ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่อง – เฝ้าระวังภาวะติดเชื้อรุนแรง – มีแผนถอดท่อช่วยหายใจหลังจากผ่าตัดวันนี้ ทีมศัลยแพทย์
– แผนการรักษา วันนี้เข้าห้องผ่าตัดเพื่อประเมินเยื่อบุตาและกระจกตา อาจจะพิจารณาปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด วางเยื่อหุ้มรก เพื่อกระตุ้นการหายของผิวเยื่อตาให้ดีขึ้น
โดยสรุปผู้ป่วยยังใส่ท่อช่วยหายใจ ให้อาหารทางการแพทย์ผ่านสายให้อาหารทางจมูก ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดอย่างต่อเนื่อง เฝ้าระวังภาวะติดเชื้อรุนแรง มีแผนถอดท่อช่วยหายใจหลังจากผ่าตัดวันนี้