เหยื่อบริษัทขายตรง ดาราดัง แจ้งความแล้ว แฉเป็นแชร์ลูกโซ่ ลวงอบรมออนไลน์ ให้ซื้อสินค้า

10.10.24 | 11:40 น.
เหยื่อบริษัทขายตรง ดาราดัง แจ้งความแล้ว แฉเป็นแชร์ลูกโซ่ ลวงอบรมออนไลน์ ให้ซื้อสินค้า
เหยื่อบริษัทขายตรง ดาราดัง แจ้งความแล้ว แฉเป็นแชร์ลูกโซ่ ลวงอบรมออนไลน์ ให้ซื้อสินค้า

เหยื่อบริษัทขายตรง ดาราดัง แจ้งความแล้ว แฉเป็นแชร์ลูกโซ่ ลวงอบรมออนไลน์ ให้ซื้อสินค้า

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พาตัวแทนผู้เสียหายกว่า 20 คน จาก 500 คน เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. หลังมีการลงทุนเปิดบิลกับบริษัทเครือข่ายชื่อดังที่มีดาราเป็นผู้บริหาร ของขายไม่ออกแต่ต้องหาลูกทีมเพิ่มลักษณะคล้ายลูกโซ่ ซ้ำถูกให้เซ็นเอกสารปิดปากห้ามแจ้งความ

นางเอ (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเริ่มจากการเห็นตามโฆษณาทางทีวีหรือผ่านโซเชียล ว่าบริษัทดังกล่าวมีการเปิดสอนการทำธุรกิจออนไลน์ฟรี 50-100 ท่านแรก หรือว่าค่าเรียน 98-99 บาท เมื่อตนสนใจลงเรียนจึงสมัคร โดยในวันที่ 3 ของการเรียนจะมีระดับแม่ทีมลงมาสอนและแนะนำให้ทำธุรกิจอ้างว่าสร้างรายได้อีกกระเป๋า เสียค่าสมัครเพื่อร่วมธุรกิจ 2,500 บาท

โดยจะได้สินค้า และมีระบบหลังบ้านให้ทั้งหมด จากนั้นจะมีแม่ทีมนัดมาเรียนที่โรงเรียน และมีการชักจูงให้อัพเลเวลโดยต้องเพิ่มเงิน 25,000 บาท เมื่ออัพเลเวลแล้วก็จะมีการชักชวนหว่านล้อมเพิ่มให้จ่ายเพิ่ม 250,000 บาท เพื่อที่จะได้เป็นแม่ทีมรายใหญ่หรือดีลเลอร์ โดยอ้างว่าจะได้กำไรมากขึ้น ต้นทุนต่ำลง และจะได้ไปเที่ยวต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีการจัดงานอีเวนต์นำดาราชื่อดังมาสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ร่วมลงทุน จนทำให้ตนเกิดความมั่นใจจึงตัดสินใจร่วมลงทุน กระทั่งตนขายสินค้าไม่ออก และมีการแนะนำให้ตนหาลูกทีมมาเพิ่มเพื่อกระจายสินค้า และอ้างว่าหากหาได้ 5 คน จะได้เป็นระดับโปรดีลเลอร์อัพเกรดตัวเอง จึงเริ่มรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่การขายปลีก แต่เป็นในลักษณะการแชร์ลูกโซ่ โดยทุกครั้งที่ชักชวนจะมีการกล่าวอ้างว่า

และแม้ตนจะเป็นระดับดีลเลอร์ แต่ก็ต้องยิงแอดหานักเรียนเอง รวมแล้วค่าเสียหายของตนเป็นเงินประมานกว่า 2 แสนบาท

นายบี (นามสมมุติ) อีกหนึ่งผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเคยตัดสินใจคิดสั้นฆ่าตัวตาย เนื่องจากตนได้ลงทุนไปกว่า 200,000 บาท ตอนนี้เครียดมากเนื่องจากมีการกู้หนี้ยืมสินมาลงทุน แต่สินค้าที่นำมาสต๊อกกลับขายไม่ได้ ขณะนี้สินค้ากองอยู่ที่บ้านจนหมดอายุ ซึ่งตัวบอสใหญ่มักใช้วลีชักจูงให้คนหลงเชื่อ

Advertisement

ขณะที่ นายรภัสสิทธิ์เปิดเผยว่า วันนี้ตนพาผู้ที่ได้รับผลกระทบประมาณ 20 คน จาก 500 คนในกลุ่มที่รวบรวมได้ จากการเข้าไปร่วมธุรกิจกับบริษัทนี้ เข้ามาให้ข้อมูลกับทางตำรวจในประเด็นที่เกิดขึ้น ว่าเหตุใดธุรกิจขายตรงเครือข่ายถึงทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก และในส่วนของเรื่องกฎหมายก็ต้องตำรวจตรวจสอบว่าบริษัทนี้ จะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ ผิดในเรื่องของแชร์ลูกโซ่หรือไม่ตาม พ.ร.ก.กู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่ ที่มีการโฆษณาเกินจริงหรือเป็นเท็จ และผิดเพราะขายตรงและการตลาดแบบตรงหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ พ.ร.บ.คอมพ์ ร่วมด้วยหรือไม่

ทั้งนี้มีผู้เสียหายบางส่วนเคยมาแจ้งความไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการดำเนินคดี เพราะผู้เสียหายบางส่วนได้มีการไปขอความช่วยเหลือกับบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่มีการไปตกลงกับทางบริษัทดังกล่าวว่า จะจ่ายเงินคืนผู้เสียหาย 50% และต้องให้ผู้เสียหายเซ็นเอกสารสัญญาเพื่อปิดปากไม่ให้แจ้งความ อย่างไรก็ตามอยากเรียนผู้เสียหายว่าคดีนี้เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แม้จะมีบันทึกข้อตกลงยอมความ ก็ไม่สามารถยอมความได้ ดังนั้นไม่ต้องกลัวให้เข้าแจ้งความได้เลย