ผงะเปิดตู้เซฟแม่ตั๊ก ไร้สิ่งของมีค่าที่เคยโชว์ พบเพียงช่องเก็บนาฬิกา-ดันทรงสายนาฬิกาแค่ 12 ชิ้นเท่านั้น
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รอง ผบก.ปคบ.พร้อมด้วยทนายความของ น.ส.กรกนก สุวรรณบุตร หรือแม่ตั๊ก และ นายกานต์พล เรืองอร่าม หรือป๋าเบียร์ สองผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงขายทองออนไลน์ ได้นำเอาตู้เซฟสีดำของแม่ตั๊กและป๋าเบียร์ ที่ยึดเอาไว้ได้จากบ้านพักของผู้ต้องหาภายในซอยรามอินทรา 65 ซึ่งเป็นตู้เซฟใบที่ 2 ที่ยังไม่ได้ทำการเปิดเพื่อตรวจสอบทรัพย์ภายใน เจ้าหน้าที่จึงให้ช่างผู้ชำนาญการ 2 คนมาเปิด โดยต้องใช้อุปกรณ์หลายชนิด ทั้งสว่าน ไขควง พยายามงัดแงะเจาะเข้าตู้เซฟ รวมทั้งใช้ค้อนช่วยอีกแรง ท่ามกลางกลุ่มสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวกันเป็นจำนวนมากด้วย

ต่อมาหลังใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ช่างสามารถเปิดตู้เซฟใบดังกล่าวออกได้ ปรากฏว่าภายในตู้เซฟไม่พบทรัพย์สินของมีค่า หรือหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งภายในมีลักษณะเป็นช่องคล้ายช่องใส่นาฬิกา จำนวน 12 ช่อง พร้อมดันทรงนาฬิกา แต่ไม่พบนาฬิกาหรูเพิ่มเติม หลังก่อนหน้านี้ตำรวจได้ตรวจยึดนาฬิกาหรูของผู้ต้องหามาได้แล้ว 6 เรือน ส่วนตู้แรกที่มีการเปิดไปแล้วก่อนหน้านี้พบเงินสดเพียงไม่กี่หมื่นบาท ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าเงินจำนวนมากที่เคยโชว์ทำคอนเทนต์นั้น ถูกนำไปจ่ายคืนให้ผู้เสียหายบางส่วนแล้ว
พ.ต.อ.อนุวัฒน์เปิดเผยว่า ตู้เซฟใบนี้ยึดมาจากบ้านของผู้ต้องหาในวันที่จับกุม แต่ยังไม่สามารถเปิดได้ ก่อนหน้านี้จึงได้ไปพบผู้ต้องหาในเรือนจำ พร้อมกับทนายความ เพื่อขอความยินยอมให้เปิดตู้เซฟ แต่ผู้ต้องหาบอกว่าจำรหัสไม่ได้ และหากุญแจไม่เจอ จึงต้องจัดหาช่างกุญแจเข้ามาเปิดเซฟ ซึ่งผู้ต้องหาทั้งคู่ให้การยินยอม โดยมีทนายเดินทางเข้ามาเฝ้าสังเกตการณ์ตลอดการเปิดตู้เซฟในครั้งนี้ด้วย

สำหรับรายการทรัพย์สินที่ตำรวจอายัดไปก่อนหน้านี้ มีทั้งรถยนต์หรูหลายคัน โฉนดที่ดิน 16 แปลง อสังหาริมทรัพย์ นาฬิกาหรู 6 เรือน และทรัพย์สินต่างๆ รวมมูลค่าหลายล้านบาท
ส่วนความคืบหน้าการออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมนั้น พนักงานสอบสวน ปคบ.เปิดเผยว่า ในวันนี้ เจ๊นุช ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่ปรากฏในภาพสื่อโซเชียลของผู้ต้องหา จะเดินทางเข้ามาพบกับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำ และวันพรุ่งนี้จะมีเข้ามาพบตำรวจเพิ่มอีก 1 คน ตามหมายเรียก ที่ออกไปเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา


