‘นพดล’ ยื่นฟ้องคดีที่ 4 ขอแก้ข้อบังคับ ปมโอนหุ้นบริษัท สุวพีร์ เจ้าของตลาดยิ่งเจริญ ศาลนัดชี้สองสถาน 16 ธ.ค.เล็งยื่นฟ้องคดีปลอมแปลงเอกสารต่อศาลอาญาอาทิตย์หน้า
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายนพดล ธรรมวัฒนะ ผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.คนึงนิตย์ และ นายแทนทอง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใน บริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท สุวพีร์ธรรมวัฒนะ จำกัด, นางณฤมล ธรรมวัฒนะ, นางกัญจนิดา ตันติสุนทร และ นายอริย ธรรมวัฒนะ เป็นจำเลยที่ 1-4 ต่อศาลแพ่งในข้อหาเพิกถอนแก้ไขข้อบังคับของ บริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด
นายนพดลกล่าวภายหลังยื่นฟ้องว่า โดย น.ส.คนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ ได้ใช้สิทธิโอนหุ้นบางส่วนของตนที่มีอยู่ให้กับนายนพดล และนางมัลลิการ์ ธรรมวัฒนะ ซึ่งเป็นพี่ชายและพี่สาว เพราะสุดทนกับพฤติกรรมการบริหารงานตลาดยิ่งเจริญของ นางณฤมล ธรรมวัฒนะ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการ กระทำความผิดมากมายแต่ด้วยจำนวนวนหุ้นที่มากกว่า 2 หุ้น เพราะการใช้กลฉ้อฉลหลอกลวงให้ น.ส.คนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ โอนหุ้นของตัวเองให้ นางณกุมล ธรรมวัฒนะ จำนวน 1 หุ้น จนทำให้นางณฤมล มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารกิจการตลาดยิ่งเจริญ เพราะมีเสียงของผู้ถือหุ้นที่มากกว่า 2 เสียง คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล แม้กระนั้นนางณฤมล ธรรมวัฒนะ ก็ยังบังอาจใช้อำนาจหน้าที่ของการเป็นกรรมการ และผู้ถือหุ้น ไม่ยอมโอนหุ้นให้กับ นายนพดล และนางมัลลิการ์ ธรรมวัฒนะ ตามคำร้องขอโดยไม่ให้เหตุผล

และอ้างแต่เพียงข้อบังคับของบริษัทให้อำนาจกรรมการ ไว้ว่าคณะกรรมการทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ให้ความยินยอมได้โดยไม่ต้องแสดงเหตุผล น.ส.คนึงนิตย์ และนายแทนทอง ธรรมวัฒนะ ผู้ถือหุ้นจึงร้องขอให้กรรมการ จัดประชุมวิสามัญผู้ถือ หุ้น ครั้งที่ 1/2567 ของบริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด ฉบับลงวันที่ 28 สิงหาคม 2567 เพื่อแก้ไขข้อบังคับหมวด 2 หุ้นและผู้ถือหุ้น ในข้อ 4 ซึ่งเดิมระบุว่า การโอนหุ้น ไม่ว่าจะเป็นการโอนให้บุคคลภายนอก หรือโอนให้แก่ผู้ถือหุ้นด้วยกันก็ตาม จะทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการเสียก่อน คณะกรรมการทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ให้ความยินยอมโดยไม่ต้องแสดงเหตุผล ซึ่งข้อบังคับดังกล่าวเป็นข้อบังคับที่ให้กรรมการใช้อำนาจได้ตามอำเภอใจ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีงามของประชาชน นอกจากนี้ ข้อบังคับดังกล่าวยังฝ่าฝืนข้อกำหนดในพินัยกรรม ของนางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ (เจ้ามรดก) ตามพินัยกรรม ฉบับลงวันที่ 15 มีนาคม 2531 อย่างชัดเจน จึงเป็นข้อบังคับที่ไม่ถูกต้อง และไม่เป็นธรรม เป็นผลร้ายต่อทายาทด้วยกันเอง ขัดและแย้งอยู่เหนือคำสั่งพินัยกรรมของนางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ (เจ้ามรดก) โดยให้อำนาจคณะกรรมการทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่ให้ความยินยอมการโอนหุ้นได้โดยไม่ต้องแสดงเหตุผล ซึ่งเป็นข้อบังคับที่ให้อำนาจกรรมการได้ใช้อำนาจตามอำเภอใจอยู่เหนือคำสั่ง และเจตนารมณ์ของนางสุวพีร์ ธรรรมวัฒนะ (เจ้ามรดก) โดยสิ้นเชิง อีกทั้งเป็นข้อบังคับที่ขัดต่อกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่บัญญัติว่าอันย่นย่อมโอนกันได้ การที่ให้อำนาจคณะกรรมการทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่ให้ความยินยอมการโอนหุ้นโดยไม่ต้องแสดงเหตุผลเท่ากับปิดกั้นไม่ให้มีการโอนหุ้น หรือให้มีการโอนหุ้นให้บุคคลที่คณะกรรมการพึงพอใจเท่านั้น
อีกทั้งยังขัดต่อ ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 มาตรา 4 วรรคสาม ที่ว่า ข้อตกลงที่มีลักษณะ หรือมีผลให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งปฏิบัติ หรือรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติ เป็นข้อตกลงที่อาจถือได้ว่าทำให้ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งนั้นเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ข้อตกลงที่ให้สิทธิที่จะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใด หรือปฏิบัติตามสัญญาในระยะเวลาที่ล่าช้าโดยไม่มีสาเหตุอันสมควร จึงเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

เมื่อข้อบังคับ บริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด ในข้อ 4 เป็นข้อบังคับที่ขัดต่อข้อกำหนดในพินัยกรรมทั้งเป็นการให้อำนาจคณะกรรมการของบริษัทใช้อำนาจตามอำเภอใจ เป็นข้อบังคับที่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วย
เรื่องข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม จึงเป็นข้อบังคับที่ต้องแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ขัดแย้งและให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ตามพินัยกรรมของนางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ (เจ้ามรดก) การแก้ไขข้อบังคับบริษัทจะต้องกระทำโดยมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ โดยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำ กว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมด ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุม ออกเสียงลงคะแนนในการแก้ไขข้อบังคับของ บริษัท แต่ในความเป็นจริงจำนวนผู้ถือหุ้นในบริษัทนั้น มีสัดส่วนของผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถลงมติพิเศษในเรื่อง แก้ไขข้อบังคับโดยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 เพราะเสียงของผู้ถือหุ้นไม่ว่าฝ่ายใดฝ้ายหนึ่งต่างไม่มีเสียงเพียงพอที่จะมีมติพิเศษเพื่อแก้ไขข้อบังคับนี้ได้ เนื่องจากมีความเห็นต่างกันอย่างชัดเจน ไม่มีทางที่จะลงมติเพิเศษแก้ไขข้อบังคับของบริษัทนี้ได้แน่นอน
จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสี่ แก้ไขข้อบังคับ ของบริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด จากเดิมข้อ 4 การโอนหุ้นไม่ว่าจะเป็นการโอนให้แก่บุคคลภายนอก หรือโอนให้แก่ผู้ถือหุ้นด้วยกันก็ตาม จะทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการเสียก่อน คณะกรรมการทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ให้ความยินยอม โดยไม่ต้องแสดงเหตุผล ขอให้ศาลมีคำสั่งแก้ไขใหม่ เป็น ข้อ 4 การโอนหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นด้วยกันจะทำได้ก็ต่อเมื่อ ผู้โอนและผู้รับโอนเป็นทายาท และผู้มีสิทธิ และเป็นผู้ถือหุ้นตามที่พินัยกรรมกำหนด เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบแล้วว่าถูกต้องตามสิทธิของผู้โอนและผู้รับโอน ให้คณะกรรมการดำเนินการจดแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียนผู้ถือหุ้นทันที่ที่มีผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ โดยภายหลังยื่นฟ้องศาลนัดชี้สองสถาน วันที่ 16 ธ.ค.นี้เวลา 09.00 น.

นายนพดลกล่าวเพิ่มเติมว่า สังคมคงจะมองเห็นครอบครัวเราอยู่กับความขัดแย้งกันมาตลอดช่วงเวลาหลาย 10 ปี จริงๆเราก็ไม่อยากเป็นเช่นนี้ แต่เราก็คิดว่าทุกคนต้องเคารพในกฎกติกาซึ่งเราไม่มีทางเลือกก็อยากฝากบอกน้องด้วยนะครับว่าจริงเราก็ไม่อยากจะทํานะแต่ว่าเขาก็โต้แย้งสิทธิ์เราทุกอย่างแล้วก็ใช้ กระบวนการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาบังคับใช้อะไรที่ไม่ถูกต้องเราก็พยายามชักจูงว่าเรามาทําแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งในขณะนี้ ตนเองก็เป็นผู้จัดการมรดกแล้วสิ่งไหนที่ผ่านมาที่พลาดพลั้งไปเราก็อภัยโทษกันแล้วแต่ต่อจากนี้ไป เราหวังว่าอยากจะทําสิ่งที่ถูกต้องตามที่คุณแม่ท่านได้ตั้งเจตนาเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเเต่ยังมีบางคนที่ยังฝ่าฝืนจะทําการอย่างนี้ มีคดีที่นำมาฟ้องต่อศาลเเพ่งในวันนี้น่าจะเป็นช่วงสุดท้าย ที่ฟ้องเพราะเชื่อว่าทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎกฎหมายด้วยกัน ถือเป็นคดีที่4 ที่ยื่นฟ้อง ในส่วนคดีที่ 5 จะเป็นคดีที้ฟ้องต่อศาลอาญาเพราะว่ามีการทําเอกสารที่เป็นเท็จขึ้นมา ซึ่งนอกจากผิดเรื่องเอกสารเเล้วมันจะไปผิด พ.ร.บ.ห้างหุ้นส่วนจํากัดด้วย เเละคาดว่าในปีหน้าจะมีเรื่องใหญ่ซึ่งเรากำลังตรวจสอบหลักฐานอยู่

