กันต์ แจงปมรายได้ ยันไม่มีอำนาจบริหาร ได้รับเบนซ์หรูจาก ‘บอสพอล’ เป็นของขวัญจริง
หลังมีผู้เสียหายออกมาร้องเรียนผ่านสื่อต่างๆ ว่าถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ขายฝันให้มาร่วมลงทุน แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างหวัง สูญเงินก้อนสุดท้ายของชีวิตที่ตั้งใจเอามาลงทุนสร้างผลกำไร กลายเป็นสิ้นเนื้อประดาตัว จนบางรายเครียดถึงขั้นคิดสั้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
โดยล่าสุดมีบรรดาบอสของธุรกิจดังกล่าวทยอยออกมาแถลงข่าวเปิดใจ ไม่ว่าจะเป็น แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์, มิน พีชญา วัฒนามนตรี ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของเครือ The iCon Group (ดิ ไอคอน กรุ๊ป) รวมถึงพรีเซ็นเตอร์ของผลิตภัณฑ์ในเครืออย่าง บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และพีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. เวลา 14.00 น. พิธีกรชื่อดัง กันต์ กันตถาวร หรือ บอสกันต์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของเครือ The iCon Group (ดิ ไอคอน กรุ๊ป) เตรียมตั้งโต๊ะแถลงที่ห้อง hole in one สนามกอล์ฟ Phothalai bangkok
ตอนหนึ่ง กันต์ กันตถาวร กล่าวว่า สัญญา 5 ปี ผมทำงานเป็นผู้รับจ้างให้กับดิไอคอนกรุ๊ปมาแล้ว 3 ปี เริ่มตั้งแต่ตุลาคม ปี 2564 ประมาณ 3 ปี และที่ถามว่าทำไมถึงนานขนาดนี้ หน้าที่ของผมคือการโปรโมตสินค้า ทุกสินค้าของบริษัทดิไอคอนกรุ๊ป ซึ่งประกอบธุรกิจมาก่อนจะติดต่อมาให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ในการโปรโมตบริษัท
จากข้อมูลที่ได้ตรวจสอบเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ตามที่ผมตรวจได้ ในฐานะคนที่จะเช็กได้ ด้วยความรู้สึกก็เป็นความรู้สึกที่ดี เป็นบริษัทที่ดีจริงๆ
สำหรับข้อมูลในการทำสื่อนั้น กันต์ระบุว่า ทุกสื่อที่มีผมอยู่ในนั้น มีสคริปต์ มีการตรวจสอบจากบริษัท ผมไม่ได้คิดขึ้นเอง เรามีหน้าที่ทำงานตามสัญญาที่ได้เซ็นไว้
ถามว่าเป็นพิธีกรมาไม่ได้ดูสคริปต์เหรอ มีการพูด เป็นพิธีกรอันดับ 1 ของไทย ทำไมไม่เอะใจหรือที่ไปเน้นตรงนี้ กันต์กล่าวว่า มีการได้ลงเสียง ซึ่งบริษัทได้ส่งสคริปต์มาให้ ซึ่งไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ถามบริษัทว่าต้องใช้คำนี้เหรอ เขาบอกว่า ตรวจเช็กแล้วทำได้ ผมก็มีหน้าที่ทำตามที่ได้มอบหมาย
กันต์ได้กล่าวอีกว่า ได้เช็กก่อนเซ็นสัญญาว่าบริษัทจดทะเบียนการค้าปลีก ช่องทางออนไลน์
ถามว่าตำแหน่งใดแน่ในบริษัท?
กันต์กล่าวว่า ตำแหน่งคือผู้บริหารสื่อสารมวลชนและสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ มีไว้ให้รู้ว่า ให้ผมรับผิดชอบหน้าที่ในด้านไหน ผมทำหน้าที่ผลิตสื่อ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ทำตามที่บริษัทส่งมาให้ และเป็นพิธีกร
คำว่าบอสมาได้ยังไง?
ทนายกล่าวว่า เป็นการให้เกียรติในบริษัท เป็นสัญญาจ้างทำของ ไม่ใช่ลูกจ้าง ผู้ลงทุน และกรรมการผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ
คำว่าบอสพอล กับบอสกันต์ ต่างกันยังไง
กันต์กล่าวว่า บอสพอล เป็นผู้บริหารไอคอนกรุ๊ป
“บริษัทนี้ผมไม่มีอำนาจ ไม่ได้กำหนดนโยบาย ผมรับนโยบายจากบริษัท ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย”
ถามถึงค่าตอบแทน กันต์กล่าวว่า ผมได้รายได้จากการขายสินค้าของบริษัท ทางเขาจะเป็นคนสรุป
ทนายกล่าวว่า จะมีการจ่ายเป็นรายเดือนตามข้อตกลงในสัญญา แต่ไม่ได้เป็นแม่ทีมในการขาย แต่รายได้มาจากข้อตกลงในสัญญาที่จ่ายเป็นรายเดือน ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์จากการขายสินค้าในทีม
ถามว่า รายได้เท่าไหร่ เท่ากันทุกเดือนไหม กันต์กล่าวว่า รายได้บริษัทสรุปมาให้ ยอดทุกเดือนกำลังเก็บข้อมูลให้ ผมเป็นผู้รับจ้าง
ทนายเสริมว่า แต่ละเดือนบริษัทของกันต์ที่ทำสัญญากับดิไอคอนก็จะส่งสรุปไปและรับรายได้
ถามว่า ตามชิ้นงานหรือเหมาจ่ายรายได้? ทนายกล่าวว่า ไม่ใช่เหมาจ่าย รายละเอียดต้องชี้แจงพนักงานสอบสวน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รายได้แต่ละเดือนต่างกันอย่างไร ทนายกล่าวว่า ขอไว้ก่อน ยืนยันว่ารายได้ที่ได้มามีการยื่นภาษีอยู่แล้ว
ถามว่า แบรนด์เสนอไหม กันต์ระบุว่า เป็นข้อตกลงตามสัญญาตั้งแต่แรก เขาเสนอมาให้แบบนี้ เป็นเคสแรก
สำหรับเรื่องรถยนต์นั้น กันต์กล่าวว่า เป็นของขวัญที่คุณพอลและบอสให้ผมเป็นของขวัญวันเกิด
ถามว่า สงสัยไหมถึงมูลค่าสูงขนาดนี้ กันต์กล่าวว่า ผมเป็นคนรับ คิดในความรู้สึกก็อาจจะผมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่ามันถูกต้อง ผมก็ใส่กำลังกายและใจไปเต็มที่ มันเป็นมาตรฐานการทำงานตั้งแต่แรกของผม เกือบ 20 ปี เป็นแบบนี้มาเสมอ สาเหตุที่ทำไมให้ ตอบแทนใครไม่ได้
“ขอยืนยันว่าผมไม่ได้เป็นผู้บริหาร และไม่ได้มีอำนาจออกนโยบาย หรือลงนามใดๆ เป็นเพียงแค่ผู้รับจ้าง ในหมวดหน้าที่การผลิตสื่อให้ผู้บริโภค และตัวแทนจำหน่ายได้ใช้”
สำหรับภาพที่มีกันต์เป็น 1 ในทีมผู้บริหารนั้น กันต์ตอบว่า เป็นการให้เกียรติกัน

