บิ๊กต่าย ยันแจ้งข้อหา ดิไอคอนกรุ๊ป แน่ ภายในสิ้นเดือน โยนปปง.อายัดทรัพย์ไหม

15.10.24 | 12:58 น.
บิ๊กต่าย ยันแจ้งข้อหา ดิไอคอนกรุ๊ป แน่ ภายในสิ้นเดือน โยนปปง.อายัดทรัพย์ไหม
บิ๊กต่าย ยันแจ้งข้อหา ดิไอคอนกรุ๊ป แน่ ภายในสิ้นเดือน โยนปปง.อายัดทรัพย์ไหม

บิ๊กต่าย ยันแจ้งข้อหา ดิไอคอนกรุ๊ป แน่ ภายในสิ้นเดือน โยนปปง.อายัดทรัพย์ไหม

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 15 ตุลาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายหลังจากที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเปิดเผยการประชุมติดตามความคืบหน้า กรณีเคส บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นานกว่า 2 ชม.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐเปิดเผยว่า วันนี้ติดตามความคืบหน้าในการสอบสวน ซึ่งตนพอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ซึ่งได้มีการตั้งทีมบริหารคดีโดยมอบให้ พล.ต.ท.อัครเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.มาดูแล ซึ่งการสอบสวนมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้ การสอบปากคำผู้เสียหาย การไปตรวจค้นเพื่อรวบรวมหลักฐานรายละเอียดในคดี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่เชื่อว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ส่วนการออกหมายจับต้องมีการรอบคอบรัดกุม ซึ่งคาดว่า ภายในสิ้นเดือนตุลาคม สามารถแจ้งข้อกล่าวหาทันแน่นอน

อย่างที่เห็นว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาได้มีการมาแสดงตน พร้อมกับมีทนายความมาด้วย ซึ่งตำรวจไม่ได้วิตกกังวล แต่ก็ต้องทำคดีให้รอบคอบรัดกุมแน่นหนา การจะขอศาลอนุมัติออกหมายจับจะดำเนินการพิจารณาต่อไปในอนาคต หลังการสอบสวนให้ครบทุกองค์ประกอบ แต่ยืนยันว่าหากพบความผิดก็ดำเนินการทันภายในเดือนนี้แน่นอน

ทั้งนี้ การมาแสดงตัวของผู้ถูกกล่าวหาเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไว้ฐานะผู้ต้องหา แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา

เรื่องทรัพย์สินได้มีการทำหนังสือถึง ปปง. ตั้งแต่แรก เพราะตำรวจเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน แต่ตำรวจไม่มีอำนาจหน้าที่ในการยึดทรัพย์ ทั้งนี้ ทราบว่า ปปง.จะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการธุรกรรมในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ซึ่งตำรวจก็รอฟังผลอยู่เหมือนกัน ซึ่งที่แจ้ง ปปง.ไป ก็เพราะมีความคิดว่าจะมีการถ่ายโอนทรัพย์สินหรือไม่

Advertisement

เรื่องรายละเอียดคดี ไม่สามารถเปิดเผยได้ ยืนยันว่าจะทำเต็มความสามารถ ตอนนี้มีการสอบสวนไปกว่า 900 คนแล้ว มีผู้เสียหายมาลงทะเบียนเกือบ 1,100 คน รวมมูลค่าทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 400 ล้าน ดังนั้น การเดินหน้าเรื่องนี้จะทำเต็มที่ เพราะเข้าใจความเสียหายที่เกิดขึ้น เข้าใจประชาชนที่สูญเสียเงินทอง จะยืนเคียงข้าง ไม่ทอดทิ้ง ระดมพนักงานสอบสวนเกือบ 100 คนมาอำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียหาย

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐย้ำว่า ตนได้มีหนังสือวิทยุราชการแจ้งไป 3 ครั้งแล้ว กำชับให้ทุกสถานีตำรวจอำนวยความสะดวกในการรับแจ้งความเบื้องต้น โดยให้ บก.ปคบ.กำหนดประเด็นไปให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำ ฝากถึงพนักงานสอบสวนในทุกพื้นที่ ถ้าไม่ดำเนินการตามแนวทางนโยบายที่กำหนดไปแล้วมีพยานหลักฐานว่าไม่รับแจ้งความ ตนจะดำเนินการทางวินัยทั้งหมด

ส่วนคดีนี้จะเข้าข่ายคดีพิเศษหรือไม่นั้น ก็อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานว่าจะเข้าเงื่อนไขหรือไม่ หากเข้าข่าย ยังมีเวลาในการดำเนินการอยู่

ประเด็นเรื่องนักการเมืองที่ไปมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ขอไม่เปิดเผย เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวนคดี แต่ยืนยันว่า หากมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องในการสนับสนุนธุรกิจนี้ ส่งผลให้เกิดความเสียหาย ก็พร้อมที่จะดำเนินคดีทุกคนที่เกี่ยวข้อง แม้แต่ตำรวจ ส่วนแม่ข่าย ได้สอบสวนไว้เป็นพยาน แต่ต่อไปหากพบความผิดก็เรียกมาแจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีละเว้นสักราย

ตอนนี้ตำรวจทำงานโดยยึดตามหลักกฎหมาย เคียงข้างประชาชน หากจะฟ้องกลับ ไม่ต้องไปฟ้องผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ฟ้องตนเลยเพียงคนเดียว แต่อยากให้มีสำนึกในเรื่องที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาพบตำรวจมีทนายความมาด้วยแต่ผู้เสียหายไม่มีที่พึ่ง ไม่มีทนายความ ตำรวจนี่แหละคือทนายความของผู้เสียหาย