จับแล้วพี่สาวอำมหิตฆ่าน้องชาย เจ้าตัวเผยชนวนเหตุ ‘น้อยใจพ่อรักน้องมากกว่า’

15.10.24 | 14:38 น.

จับพี่สาวอำมหิตฆ่าน้องชาย เจ้าตัวเผยชนวนเหตุ ‘น้อยใจพ่อรักน้องมากกว่า’


จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้ง นายครรชิต (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี เจ้าของโต๊ะจีนนิวครรชิต โภชนา ถูกคนร้าย ใช้อาวุธมีดแทงเสียชีวิต แล้วชิงสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทพร้อมพระเลี่ยมทอง 2 องค์ หลบหนีไป จากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นางสาวกัลยกร (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี เป็นพี่สาวต่างมารดา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.มนัส อัดโดดดร ผกก.สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา รับการประสานงานจาก พ.ต.ต.สำราญ บัวเย็น สว.สส.เมืองนครปฐม พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม สืบทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุหลบหนีมาเช่าห้องพักแห่งหนึ่ง ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.อุทัย พร้อมหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม จับกุมตัวนางสาวกัลยกรได้ภายในห้องเช่าขณะกำลังนอนหลับพักผ่อน พร้อมด้วยของกลาง สร้อยทอง หนัก 3 บาท รถจักรยานยนต์ หมวกกันน็อก เสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะก่อเกตุ

นางสาวกัลยกรให้การรับสารภาพว่า ตนเองมีความน้อยใจที่พ่อรักน้องชายมากกว่า มีความรู้สึกว่าพ่อไม่รักตนเองเลย ประกอบกับตนเองมีปัญหาหนี้สินและเคยขอความช่วยเหลือพ่อแล้ว วันเกิดเหตุได้โทรตามหาน้องชายให้ออกมาพบที่เกิดเหตุ พูดคุยกันแล้วมีปากเสียงกันจึงใช้อาวุธมีดแทงน้องไปหลายครั้ง แล้วอุ้มน้องขึ้นรถเพื่อจะพาไปส่งโรงพยาบาลแต่มีคนผ่านมาพอดี จึงขอสร้อยทองจากน้อง น้องถอดสร้อยทองให้ จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ตั้งใจที่จะไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ สภ.หนองแค จ.สระบุรี จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมก่อน

Advertisement

ด้าน พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากเจ้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม ว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐมมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่พื้นที่ของ สภ.อุทัย จึงได้ร่วมกันนำกำลังเข้าไปจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ จากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาซึ่งเป็นพี่สาวของผู้เสียชีวิตแต่ต่างมารดา ในเบื้องต้นผู้ต้องหาบอกว่ามีความน้อยเนื้อต่ำใจพ่อที่รักน้องชายมากกว่า และมีการนัดน้องชายออกมาพูดคุยกันจนเกิดบันดาลโทสะใช้อาวุธมีดแทงน้องและมีการต่อสู้กันจนตัวเองได้รับบาดเจ็บด้วย

จากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การขัดแย้งกับพฤติกรรมและการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่น่าจะเกิดเพียงแค่ความน้อยเนื้อต่ำใจที่พ่อรักน้องชายมากกว่า ผู้ต้องหาอาจจะมีความประสงค์ต่อทรัพย์และจากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหามีหนี้สิน

ซึ่งส่วนนี้จะเป็นการสืบสวนขยายผลของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ที่จะดำเนินการต่อไป คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ พี่น้องกันซึ่งแม้จะต่างมารดาแต่ก็มีความขัดแย้งกันไม่น่าที่จะก่อเหตุขนาดนี้