รวบ 2 ผัวเมีย ชำแหละรถหลุดจำนำแยกขายอะไหล่​ รวมมูลค่า​ความเสียหาย​ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท

15.10.24 | 16:54 น.

จับ 2 ผัวเมีย ชำแหละรถหลุดจำนำแยกขายอะไหล่​ รวมมูลค่า​ความเสียหาย​ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์​ ปิ่นทอง รอง ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณรงค์เดชศ์ ศักดิ์สมบูรณ์ ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี และนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ร่วมรับฟังบรรยายสรุป​และแถลงผลการจับกุมคดี ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร มูลค่า​ความเสียหาย​มากกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการจับกุมรายใหญ่ในโซนภาคกลาง ในเขตพื้นที่ของ สภ.เมืองอุทัยธานี โดยมี พ.ต.อ.สาทิตย์ ศรีหมื่นไวย ผกก.สภ.เมือง​อุทัยธานี​ เป็นผู้บรรยาย​สรุปการจับกุมคดีดังกล่าว​
โดยการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่อง​จากช่วงเดือนเมษายน 2567 มีผู้เสียหายรายแรกแจ้งความว่ารถยนต์ของตนเองที่นำไปจำนำกับผู้รับจำนำรายหนึ่งในจังหวัดอุทัยธานีสูญหายไป ต่อมาในช่วงต้นเดือนกันยายน 2567 ได้มีผู้เสียหายรายที่ 2 เข้าแจ้งความในลักษณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองอุทัยธานี จึงได้ทำการสืบสวนหาข้อมูลจนกระทั่งทราบว่าบ้านเลขที่ 23/2 หมู่ 8 ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นสถานที่ใช้ชำแหละแยกชิ้นส่วนอุปกรณ์ส่วนควบคุมของรถยนต์เพื่อนำไปขายต่อให้กับลูกค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นของศาลจังหวัดอุทัยธานี และศาลจังหวัดอุทัยธานีได้อนุมัติหมายค้นที่ ค.258/2567 ลงวันที่ 27 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงเข้าตรวจค้นสถานที่เกิดเหตุทันที
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบอุปกรณ์ส่วนควบของรถยนต์ตามรายการที่ตรวจยึดอยู่ในบริเวณบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบ พร้อมด้วยหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุทัยธานี จากการตรวจสอบพบว่า นายยุทธนาและ น.ส.นภาภัช เปิดร้าน AB อะไหล่รถยนต์ โดยการซื้อขายอะไหล่รถยนต์มือสองจะเริ่มหารถยนต์มือสองตามเพจเฟซบุ๊กที่โพสต์ขายรถหลุดจำนำ และถ้ารถยนต์คันไหนที่สนใจ น.ส.นภาภัชจะเป็นผู้ติดต่อซื้อขายและมีการนัดรับรถกันในสถานที่ต่างๆ เมื่อทำการซื้อขายเสร็จก็จะนำรถยนต์กลับมาที่บ้านที่เกิดเหตุ และนำรถยนต์มาแยกชิ้นส่วนอะไหล่ขายมือสอง โดยในแต่ละเดือนจะมีรถเข้ามาที่บ้านที่เกิดเหตุจำนวนหลายคัน

ด้านนายยุทธนากับ น.ส.นภาภัชอ้างว่า ตนมีสัญญาซื้อขายรถยนต์ไว้กับลูกค้า หลังจากทำการซื้อขายเสร็จได้ทำลายเอกสารทิ้งทั้งหมด จึงไม่มีเอกสารสัญญาซื้อขายรถยนต์ หรือหลักฐานที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ส่วนควบคุมของรถยนต์ตามรายการที่ตรวจยึดทั้งหมดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุทัยธานี จึงได้แจ้งข้อกล่าวหานายยุทธนากับ น.ส.นภาภัชในฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ของกลางที่ตรวจยึดได้รวมทั้งสิ้น 28 รายการ ได้แก่ 1.หัวเก๋ง รถกระบะ จำนวน 14 หัว 2.กระบะรถยนต์จำนวน 17 อัน 3.บานประตูรถยนต์ ซ้าย ขวา จำนวน 10 บาน 4.บานประตูแค็บรถยนต์ซ้าย ขวา จำนวน 18 บาน 5.ฝากระโปรงหน้ารถยนต์จำนวน 2 อัน 6.คอนโซลหน้ารถยนต์ จำนวน 9 อัน 7.ถังน้ำมันรถยนต์ จำนวน 59 ถัง 8.หม้อน้ำรถยนต์ จำนวน 8 อัน 9.คานเกียร์ จำนวน 36 อัน 10.ถังก๊าซ NGV จำนวน 2 ถัง 11.กันชนหน้า จำนวน 3 อัน 12.ชิ้นส่วนท่อไอเสียรถยนต์ จำนวน 27 อัน 13.หม้อลมเบรกรถยนต์ จำนวน 17 อัน 14.ท่อแคตรถยนต์ จำนวน 36 อัน 15.ชุดสายไฟ จำนวน 13 ชุด 16.ฝาครอบเครื่องยนต์ จำนวน 8 อัน 17.บันไดข้างรถยนต์ จำนวน 3 อัน 18.คอนโซลหน้ารถยนต์ ปัดน้ำฝน จำนวน 6 อัน 19.คอนโซลกลางรถยนต์ จำนวน 6 ชิ้น 20.ชุดสีซุ้มล้อหน้า จำนวน 2 คู่ 21.ไฟหน้ารถยนต์ Isuzu จำนวน 2 คู่ 22.กระจกมองข้างรถยนต์ Isuzu จำนวน 1 คู่ 23.ฝาท้ายกระบะรถยนต์ Isuzu จำนวน 1 อัน 24.หลังคาตู้ทึบจำนวน 1 อัน 24.เบาะรถยนต์จำนวน 1 อัน 25.ล้อแม็กพร้อมยาง จำนวน 6 เส้น 26.ยางอะไหล่ จำนวน 3 เส้น และ 27.แผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนรถยนต์จำนวน 45 แผ่น ซึ่งงมได้ในสระน้ำข้างบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งประเมินว่ามีรถยนต์ถูกนำมาชำแหละในสถานที่นี้แล้วไม่ต่ำกว่า 60 คัน