กองเชียร์ดิไอคอน บุกร้องนายกฯ ข่าวฉาว ขายสินค้าไม่ได้ เชื่อบอสพอล สั่งสอนให้มีคุณธรรม
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 16 ตุลาคม ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล ผู้บริหารดิไอคอนกรุ๊ป นำตัวแทนผู้ขายที่ได้รับผลกระทบจากกรณีมีผู้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษว่า บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กระทำความผิดต่อประชาชน และความผิดฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายฐาน
กระทั่งท้ายที่สุดถูกพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคตั้งข้อกล่าวหา ทำให้ไม่สามารถขายสินค้าได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้การขายสินค้าดังกล่าวส่งผลดีต่ออาชีพ และการดำรงชีวิตของบุคคลในครอบครัวเรื่อยมา การที่บริษัทและพวกถูกใส่ความและถูกดำเนินคดี กระทั่งมีการอายัดทรัพย์รวมทั้งการเสนอข่าวทำให้ผู้ขายได้รับผลกระทบ จึงมาขอความเป็นธรรมนายกรัฐมนตรี

ด้านตัวแทนผู้ขายกล่าวว่า สืบเนื่องจากกระแสข่าวและการเผยแพร่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางโซเชียลมีเดียที่ไปทิศทางเดียว ทำให้ฝ่ายผู้ขายที่ขายสินค้าได้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีลูกค้าขอยกเลิกออเดอร์กะทันหัน ทำให้ไม่สามารถขายสินค้าได้ และยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้
ส่วนตัวเพิ่งเข้ามาช่วงเดือน มิ.ย. กิจการเจริญรุ่งเรืองเติบโตไม่มีผลเสีย ซึ่งตนได้ทำงานตามระบบที่บอสบอก มีลูกค้าประจำ แต่เมื่อเกิดกระแสสังคมที่โจมตีบริษัททำให้ไม่สามารถขายของได้ เบิกสินค้าไม่ได้เพราะอยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบ ส่วนที่บอกว่าส่งของไม่ทัน ขอยืนยันว่าบริษัทมีของส่งให้ตลอด และโอนเงินตรงตามเวลาตลอด ดังนั้น วันนี้ตนและผู้ขายบางส่วนจึงมาขอความเป็นธรรมในฐานะผู้เสียหายที่ขายสินค้าได้มาตลอด

ขณะที่ตัวแทนผู้ขายอีกรายกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีทั้งบุคคลที่ขายสินค้าได้และขายไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการขายสินค้าออนไลน์ ตนก็เป็นบุคคลหนึ่งที่เมื่อ 3 ปีที่แล้วได้เปิดบิล 250,000 บาท ตนรู้ว่ากำลังของตนอยู่แค่ไหน
ซึ่งที่ผ่านมา ครู โค้ช และพี่เลี้ยงบอกหมดว่าการเปิดบิลมีระดับแบบไหนอย่างไร ซึ่งเราต้องประเมินตัวเองว่าเราไหวแค่ไหน แต่ตนเมื่อลงทุนไปแล้วไม่ได้รู้สึกกลัว แต่รู้สึกว่าต้องทำด้วยกัน เรียนไปขายไป ซึ่งปัจจุบันก็ยังขายอยู่ วันนี้ที่พวกเรามาคือพวกเราได้รับผลกระทบจากกระแสสังคม เพราะเราขายสินค้าได้ เป็นสินค้าที่เรากินเราใช้ และไม่อยากให้โจมตีกันไปมา แต่อยากให้เปิดใจรับฟังความเห็นที่แตกต่าง หากสินค้าไม่ดีจริงก็คงขายไม่ได้
โดยกลุ่มผู้ขายสินค้าได้ได้ยกตัวอย่างที่มีคนบอกว่าไม่เคยเห็นสินค้าของบริษัทดิไอคอน จึงขอพูดในฐานะผู้บริโภคว่า บางแบรนด์หรือบางยี่ห้อตนก็ไม่รู้จัก ซึ่งก็ไม่เคยไปว่าบริษัทนั้นเลย ซึ่งในอดีตตนเคยขายมาหลายบริษัทก็เคยสต๊อกสินค้า แต่เป็นเพราะว่าตนไม่มีศักยภาพในการขายเท่านั้น แต่วันนี้ตนได้มาเรียนรู้และขายออนไลน์กับดิไอคอนกรุ๊ป จึงอยากให้ทุกคนเปิดใจ
นอกจากนี้ ขอยืนยันว่าที่มาวันนี้ไม่มีใครจ้างมา กล้าสาบานต่อหน้าไฟว่าวันนี้มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มาเพื่ออะไรทั้งนั้น และไม่ต้องการแบ่งแยกกับใคร เข้าใจหัวอกผู้เสียหายทุกคน แต่พวกตนก็เสียหายจากกระแสสังคมเช่นกัน จึงอยากให้มีการตรวจสอบว่าบุคคลที่บอกว่าเสียหาย เสียหายเรื่องอะไร และได้พยายามทำอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง
เมื่อถามว่า การขายสินค้าได้รายได้เท่าไหร่ต่อเดือน หนึ่งในตัวแทนผู้ขายสินค้า กล่าวว่า การขายสินค้าออนไลน์ไม่เคยตายตัวเรื่องรายได้ หากขยันมากก็ได้มาก แต่หากขยันน้อยก็ได้น้อย ไม่สามารถระบุเป็นตัวเงินได้ บางเดือนหากขี้เกียจก็ยังได้หลักพัน ซึ่งในส่วนของตนขณะนี้ได้ทุนคืนมาหมดแล้ว
เมื่อถามว่า มีการหลอกให้ลงทุนหรือบังคับให้ลงทุนเป็นขั้นบันไดหรือไม่ ทุกคนต่างตะโกนพร้อมกันว่าไม่มีใครบังคับ เป็นการค้าปลีก ค้าส่งและดีลเลอร์ตามที่บอสได้แบ่งปัน พร้อมตะโกนพร้อมกันอีกครั้งว่ายังเชื่อมั่นในตัวบอสพอล เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีคำพูดคำไหนของบอสพอลที่ไปส่อเสียดเบียดเบียนผู้อื่น มีแต่สอนและให้คุณธรรม
ขณะที่ตัวแทนผู้ขายอีกรายระบุว่า การลงทุน 250,000 บาท จะให้เหมือนกับการปลูกต้นไม้ หรือปลูกบ้านแล้วรอให้เทวดามาเลี้ยง หากไม่ศึกษาข้อมูลไม่กินขายขยายส่งต่อ และประเมินผล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นพวกคุณทำผิดเงื่อนไขที่เอาคนมาขยายต่อแต่ไม่คิดที่จะเรียนรู้ไปกับมัน ซึ่งมีบทสอนอยู่ และบอสก็สอนว่าต้องทำอย่างไร ฉะนั้นบุคคลที่มาร้องเรียนเพราะคุณไปทำผิดกฎที่ไม่ยอมกินขายขยายส่งต่อ และไม่ทำอะไรเลยแล้วมาบอกว่าเสียหาย การเอาเงินมา 250,000 บาท เทวดาไม่ได้เลี้ยง

