‘ประทีป’ อดีตรองเลขาสคบ. แจ้งความ 2 ข้อหา ‘ชายในคลิป’ พาดพิงเอี่ยว ดิไอคอน

16.10.24 | 17:54 น.

กัน จอมพลัง พาอดีตรองเลขาฯสคบ. เข้าแจ้งความหลังมีคลิปเสียงปมเอี่ยว ดิไอคอน

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พาพ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อเเจ้งความกรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงของนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล ผู้บริหารบริษัทดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด และนักการเมืองรายหนึ่งในรายการโหนกระแส ซึ่งอ้างว่ามีอำนาจแต่งตั้งให้ พ.ต.อ.ประทีป ขึ้นเป็นรองเลขาธิการ สคบ. และดูแลธุรกิจขายตรงที่เป็นประเด็นอยู่ในตอนนี้

นายกัณฐัศว์ กล่าวว่า เมื่อวาน(15 ตุลาคม) ตนได้เจอพ.ต.อ.ประทีป ที่ไปรายการโหนกระแสด้วยกัน ในเรื่องของคลิปเสียงปริศนาของบอสพอที่คุยกับบุคคลปริศนาที่มีการพาดพิงถึงคนชื่อประทีป ซึ่งในตำแหน่ง ณ เวลานั้นเป็นแค่ พ.ต.อ.ประทีป คนนี้คนเดียวเพียงเท่านั้น ตนจึงได้มีการคุยกับพ.ต.อ.ประทีป ว่าถ้าบริสุทธิ์ใจจริงแล้วก็พร้อมขอให้ออกมาเผชิญหน้าและแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทราบเรื่องแล้วจะช่วยตามเรื่องให้

พ.ต.อ.ประทีป กล่าวว่า วันนี้ตนเตรียมหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษและชัดเจนในการดำเนินคดี ให้ถึงที่สุด ตนเชื่อว่าข้าราชการไทยเป็นข้าราชการระดับสูง ไม่ต้องไปอยู่ใต้อุ้งมือ อุ้งตีนใคร ซึ่งการกล่าวเช่นนี้ถือเป็นการดูถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรง จึงมาเรียกร้องความเป็นธรรม

Advertisement

ตนได้ฟังคลิปเสียงแล้วซึ่งเสียงที่ได้ฟังคุ้นมาก ส่วนเรื่องเทวดา ทางตำรวจต้องพิสูจน์เอง ทางด้านของกฎหมายและเชื่อในศักยภาพของตำรวจไทยซึ่งบอสพอลออกมายอมรับ แปลว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นของบอสพอสลจริงๆ แล้วบุคคลปริศนาถ้าอยู่ในคลิปเสียงกับบอสพอล ตนเคยร่วมงานด้วย ซึ่งบุคคลนิรนามในคลิปเคยทำเกี่ยวกับเรื่องปราบปรามเรื่องคดีแชร์ลูกโซ่ถ้าเป็นคนเดียวกันที่ตนนึกถึง ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายแต่ตอนนี้ตนไม่สามารถยืนยันได้ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลเดียวกับในคลิปเสียงหรือไม่ ซึ่งบุคคลดังกล่าวไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในข้าราชการ ตอนนี้คลิปเสียงแพร่ไปทั่ว ซึ่งเจตนาที่ตนจะเอาคนที่กล่าวอ้างตนให้เสียหาย มาให้ตำรวจสอบปากคำซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าทุกฝ่ายต้องได้รับความเป็นธรรม

โดยข้อหาที่ตนจะแจ้งก็คือ ข้อหาหมิ่นประมาท และ ความผิดทางพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์