สธ.บุกตรวจ ตะลึง บอสหมอเอก ใช้ร้านนวด ถ่ายทำเป็นคลินิก รักษาคนไข้
วันที่ 16 ตุลาคม ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวช หรือกัน จอมพลัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ., เจ้าหน้าที่ สบส. และ อย. ร่วมกันลงพื้นตรวจสอบสถานบริการร้านนวดแห่งหนึ่ง ที่ชั้น 1 โรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ สวีท ถ.เพชรบุรี แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. หลังพบปรากฎคลิป ดร.ฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือหมอเอก มีการใช้เป็นสถานที่โฆษณาเสริมความงามให้กับลูกค้า
จากการตรวจสอบพบว่าร้านสปาดังกล่าว แบ่งเป็นล็อคๆ แบ่งเป็น 2 ฝั่ง โดยโซนด้านหน้า มีเก้าอี้โซฟา 1 ตัว สำหรับต้อนรับลูกค้า ส่วนอีกฝั่งมีห้องสำหรับนวดที่มีผ้าม่านปิดทึบ มีเตียงสำหรับนวดเท้า 10 เตียง ห้องนวดไทยอีก 10 เตียง ขณะที่เข้าไปก็เจอลูกค้ากำลังรับบริการอยู่ 5 คน
ทางเจ้าหน้าที่ ปคบ.และ อย.จึงร่วมกันเข้าตรวจสอบดูตัวยาภายในร้าน และขอดูใบอนุญาตการจดทะเบียนสถานประกอบการ โดยนายกัน จอมพลัง มีการทดสอบนั่งโซฟาตัวที่ปรากฎตามคลิป เพื่อตรวจสอบว่าใช้จุดเดียวกันหรือไม่

นายธนกฤต กล่าวว่า จะมาลงพื้นที่ครั้งนี้เนื่องจาก พบคลิป หมอเอกที่มีการบรรยาย เรื่องการรักษาและประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามคลิปอย่างชัดเจน จึงมาตรวจสอบดูว่าพื้นที่มีลักษณะเป็นอย่างไร ซึ่งทราบว่าใช้พื้นที่ส่วนนี้สำหรับให้ลูกค้านั่งพักคอย ซึ่งจุดที่นาย กัน จอมพลังนั่งอยู่ ใช้สำหรับการรีวิวคลินิก ตนจึงขอถามว่าตรงนี้มันใช่คลินิกหรือไม่ หากใช้ตรงนี้เป็นการประกอบสถานพยาบาลก็ถือว่าไม่ได้รับอนุญาต เพราะจุดนี้ไม่ใช่สถานพยาบาลซึ่งเป็นความผิดตาม พรบ.สถานพยาบาล ด้วย
“ที่สำคัญตัวหมอเอก ใช่หมอจริงหรือไม่ หากไม่ใช่ ก็จะมีความผิด ใน 2 กรณีคือ ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ประกอบสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี งั้นต้องเรียกคุณเอกแทนคำว่า หมอเอก ให้มาพบ ดร.ธนกฤต เถอะนะคิดถึง” และที่มาในวันนี้ต้องการจะรู้ว่าสถานที่แห่งนี้มีการเปิดนวดจริงหรือไม่ เพื่อตรวจสอบดูว่าร้านนวดมีใบอนุญาตหรือไม่

นายอาคม กล่าวว่า พบว่าร้านแห่งนี้มีใบอนุญาตจากกรุงเทพมหานคร แต่จริงๆแล้ว การเปิดร้านมาสสาจ แอนด์สปาต้องเป็นไปตาม พรบ.สถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพ ต้องขออนุญาตจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) โดยเป็นสถานประกอบที่ไม่ได้รับอนุญาตจากกฎหมาย เท่ากับเป็นสปาเถื่อนเช่นเดียวกัน
นายกัน จอมพลัง กล่าวว่า มีการประสานงานกับสาธารณะสุข โดยทราบว่าทาง ดร.ธนกฤต จะมาในจุดนี้ ให้ตนมานวดรอและมีการนวดจริง
นายอาคม กล่าวเสริมว่า หากมีการนวดแล้ว ถือว่าเป็นร้านนวดไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นายธนกฤต กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนที่ใช้สถานที่แห่งนี้รีวิวประกอบการรักษา ของคุณเอก ถือว่าผิดตามกฎหมายตาม พรบ.เวชกรรม และผิดพรบ.สถานพยาบาล โดยจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เรียกตัวเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการ จะต้องถูกดำเนินคดีในส่วนที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยมีโทษจำคุก 6 เดือน ซึ่งจากการสอบถามเจ้าของทราบว่านายเอกไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้เพียงแต่มีการมาเช่าเพื่อใช้มุมของร้านถ่ายคลิปให้บริการลูกค้าลงในสื่อโซเชียลมีเดียเท่านั้น

ด้านพนักงานต้อนรับประจำร้านสปาที่ปรากฎในคลิปบอสหมอเอก ได้เล่าว่า ตนมาทำงานที่ร้านแห่งนี้ช่วงก่อนโควิด ประมาณปี พ.ศ. 2562-2563 ซึ่งตนยอมรับว่าตกใจ หลังได้เห็นคลิปดังกล่าวจากพี่ๆนักข่าวเมื่อวานนี้
สถานที่ถ่ายทำที่ปรากฎในคลิปเป็นฉากมุมเดียวกันกับร้านที่ตนทำงานอยู่ แต่ยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย และที่ผ่านมา ตนไม่เคยเห็นใครมาทำอะไรตรงมุมโซฟาดังกล่าวมาก่อน ปกติพื้นที่ตรงนี้จะไว้สำหรับรองรับลูกค้า มาดื่มน้ำมะตูม หลังใช้บริการนวด ไม่ได้มีการเปิดพื้นที่ให้ใครมาเช่าทำคอนเทนท์แต่อย่างใด
ปกติถ้าใครเข้ามา ตนก็จะต้องทราบก่อนอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้อาจจะต้องถามกับทางเจ้าของร้านหรือบอสของตนอีกที ว่ามีใครมาขออนุญาตใช้พื้นที่นี้เป็นพิเศษหรือเปล่า เพราะการพาคนนอกเข้ามาในร้านบางทีตนก็อาจจะไม่ทราบเรื่อง น่าจะเป็นทางเจ้าของร้านที่เป็นคนอนุญาตเข้ามา
ด้านเจ้าของกิจการร้านนวดระบุว่า ตนเป็นเจ้าของร้านนวดดังกล่าว โดยปกติจะเปิดเป็นร้านนวดผ่อนคลาย ไม่เคยรู้จักกับบิ๊กบอสต่างๆนอกจากหมอเอก เพียงคนเดียวเท่านั้น และยอมรับว่าเป็นเพื่อนกัน โดยรู้จักกันมาได้ประมาณ 7 ปี เนื่องจากในแต่ละปีตนจะฉีดโบท็อกกับบุคคลดังกล่าวปีละ 1 ครั้ง โดยเจ้าตัวบอกข้อมูลกับตนว่าเป็นหมอ จบการศึกษที่ม.หัวเฉียว
นายอนาวินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่หมอเอก ใช้สถานที่พักคอยของลูกค้าตนแอบเปิดเป็นคลินิกเสริมความงาม และโปรโมทเป็นเจ้าของร้านนั้น ตนไม่เคยเห็นมาก่อน และขอยืนยันว่าตนเป็นเจ้าของร้าน ส่วนคลิปวีดีโอที่ปรากฏตนก็เพิ่งทราบในวันนี้ โดยหลังจากนี้จะนำหลักฐานต่างๆไปแจ้งความดำเนินคดีเพราะถือว่าถูกหลอกเช่นกัน ทั้งเรื่องหลอกว่าเป็นหมอ และเรื่องแอบใช้สถานที่ นอกจากนี้หมอเองยังเคยชักชวนตนให้ร่วมลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจขายของออนไลน์ จำนวน 3-5 ล้านบาท แต่ตนปฏิเสธไป
“ทุกครั้งที่ตนเจอหมอเอก ไม่เคยเกิดข้อพิรุธหรือสงสัยใดๆ เนื่องจากเป็นคนพูดจาน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังใส่ชุดกาวน์ และหูฟังแพทย์ทุกครั้งที่เจอกัน นอกจากนี้หมอเอกยังเคยเล่าประวัติที่น่าสงสารว่าเป็นลูกชาวนา ชีวิตยากลำบากไม่มีเงินเรียน แต่ตัวเขาเองก็ยังสามารถจบหมอจากม.หัวเฉียว มาได้ ทั้งนี้ตนอยากให้เขามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์” นายอนาวินทร์ กล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเจ้าของร้านสปาดังกล่าว ความผิดข้อหาประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเกี่ยวกับเรื่องนวด โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต มาตรา 12 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะนำส่งตัว บกก.4 ปคบ. ต่อไป

