ตาวัย 85 ปีไร้ที่พึ่ง บุกร้องผู้ว่าอุบลฯ เหตุ ‘พี่สะใภ้กับหลาน’ แอบขายที่มรดกให้นายทุนสร้างรีสอร์ต

17.10.24 | 10:49 น.

ตาวัย 85 ปีไร้ที่พึ่ง บุกร้องผู้ว่าฯ อุบล เหตุ ‘พี่สะใภ้กับหลาน’ แอบขายที่มรดกให้นายทุนสร้างรีสอร์ต

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายปรัตมิตร ขำคม ประธานชมรมช่วยเหลือและพลเมืองดีต่อประชาชน อ.เขมราฐ อ.นาตาล อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี นำ นายสีฟอง อายุ 85 ปี ชาวอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยญาติ ถือป้ายข้อความพ่อเมืองอุบลฯ ช่วยตาด้วยตาไม่ได้รับความเป็นธรรม, ก่อนสิ้นใจ ตาต้องการความสุขอยากได้ที่ดินแบ่งให้ลูกหลาน ช่วยตาด้วย, ท่านผู้ว่าฯ ช่วยคืนความสุขให้ตาด้วย ตาต้องการที่ดินคืน เดินทางมาร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือและขอความเป็นธรรมกับผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด

โดยมี น.ส.นงค์ลักษณ์ พรมรักษ์ รักษาราชการผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี มาพบและรับเรื่อง

นายสีฟอง อายุ 85 ปี กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวได้รับมรดกมาจากครอบครัว ตนเองเป็นผู้จัดการมรดก ที่ดินแปลง ส.ค.1 มีเนื้อที่ 10 ไร่ เลขที่ 1 วันที่ 3 มกราคม 2498 ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ที่บ้านคันท่าเกวียน หมู่ 3 ต.นาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ตามคำสั่งศาลจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560 ซึ่งมีสิทธิที่จะทำการแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทโดยธรรมแต่ประสบปัญหาได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากถูกปิดกั้น กีดกัน บังคับ ขู่เข็ญ จากพี่สะใภ้และหลานไม่ให้กระทำการใดๆ ในที่ดินแปลงดังกล่าว

นอกจากนี้ยังนำเอาที่ดินแปลง ส.ค.1 มีเนื้อที่ 10 ไร่ ไปแบ่งแยกขายให้กับนายทุนญาตินักการเมืองระดับชาติเพื่อทำรีสอร์ต และบ้านพัก ในพื้นที่ดินแปลงดังกล่าว ทั้งๆ ที่ไม่มีสิทธิที่จะทำได้ เพราะเป็นมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาท ไร้ที่พึ่งจึงได้พากันเดินทางยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือ และขอความเป็นธรรม กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ความทุกข์ใจให้ด้วย และขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเรียกคืนทรัพย์มรดกที่ดินแปลง ส.ค.1 มีเนื้อที่ 10 ไร่ที่ถูกนำไปขาย เพื่อที่จะนำที่ดินแปลงดังกล่าวมาแบ่งปันให้แก่ทายาทโดยชอบธรรม

Advertisement

น.ส.นงค์ลักษณ์ พรมรักษ์ รักษาราชการผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้และจะได้ส่งเรื่องไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นจะเป็นอำเภอโขงเจียม สำนักงานยุติธรรมจังหวัด เพื่อจะดูแลในเรื่องของข้อกฎหมายที่จะดำเนินการช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่อไป ส่วนอำเภอก็จะไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่ดิน หลังจากนี้ทางอำเภอก็จะแจ้งให้ทางจังหวัดได้รับทราบ เพื่อมาดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และอาจจะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมด คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน