ศาลอาญายกฟ้อง คดี ‘ทนายเล้ง’ กับพวก ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เสียหายศัลยกรรม 6 คน หมิ่น ‘เซปิง’ เฟซออฟ ในรายการโหนกระแส ชี้เป็นการป้องกันส่วนได้เสียที่ติชมด้วยความเป็นธรรม พยานหลักฐานโจทก์ตัดต่อ ใช้สิทธิไม่สุจริต ส่วน ‘กรรชัย’ ตีกรรเชียง เจรจาถอนฟ้องไปก่อนหน้านั้นคนเดียว
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ห้องพิจารณา 904 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.1693/2562 ที่ ดร.เซปิง ไชยศาสน์ อายุ 50 ปี ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือ หนุ่ม นักแสดงชื่อดังและพิธีกรโทรทัศน์รายการ “โหนกระแส” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3, นายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน หรือ ทนายเล้ง ทนายความผู้เสียหาย, นางพรทิพย์ เอี่ยมโอภาส, น.ส.ไรวินท์ ลอว์สัน, นางพรรณภัคร ไว, นางพัทธนันท์ อินทร์สะอาด และ นางประภาพร เบสดาว ผู้เสียหายศัลยกรรม เป็นจำเลยที่ 1-7 ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งฟ้องเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทน จำนวน 50 ล้านบาทด้วย
คดีนี้โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2562 ระบุว่า โจทก์เป็นผู้ก่อตั้งโครงการเฟซออฟบาย ดร.เซปิง ให้คำปรึกษาด้านศัลยกรรม หากใครจะทำก็จะแนะนำให้ไปทำกับโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2562 รายการโหนกระแส ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ออกอาการรายการ “ภาค 2 เฟซออฟเปลี่ยนหน้าคนเป็นหน้าผี” มีนายกรรชัยเป็นพิธีกร เชิญจำเลยอื่นๆ มาร่วมรายการลักษณะพูดถามกันไปมา มีการวางแผนใส่ความโจทก์ แม้ไม่ระบุชื่อโจทก์แต่ใช้เทคนิคตั้งชื่อหัวข้อรายการเพื่อเชื่อมโยงให้เข้าใจว่าเป็นโจทก์ กับยังเอาข่าวที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล แถลงข่าวมาอ้างอิงในรายการ โดยมีเจตนาให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาท เมื่อมีข่าวและมีการออกอากาศรายการออกไป ทำให้แทบไม่มีคนมีใช้บริการโครงการ ดร.เซปิง หรือถูกยกเลิกนัดทั้งหมด ที่โจทก์วางแผนชีวิตทำธุรกิจ และจะลงสมัคร ส.ส. แต่ชื่อเสียงต้องมาจบสิ้น จึงฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท
ในวันนี้ ดร.เซปิง โจทก์ มาศาลพร้อมทนายความ ส่วนนายภิญโญภัทร์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2, นางพรทิพย์ จำเลยที่ 3, น.ส.ไรวินท์ จำเลยที่ 4, นางพรรณภัคร จำเลยที่ 5, นางพัทธนันท์ จำเลยที่ 6 และนางประภาพร เบสดาว มาศาลตามนัด

ในส่วนนายกรรชัยได้เจรจาไกล่เกลี่ยตกลงกันได้ กระทั่ง ดร.เซปิงได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องไปช่วงนัดตรวจพยานหลักฐานแล้ว คดีถือว่าเป็นที่ยุติในส่วนของนายกรรชัย จำเลยที่ 1
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยที่ 2-7 ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ประกอบกิจการให้คำปรึกษาด้านความงาม จัดทำโครงการชื่อเฟซออฟ โดย ดร.เซปิง มีนายสุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องและนักแสดง เป็นบุคคลต้นแบบในการทำศัลยกรรมใบหน้าให้อ่อนวัย ตามข่าวหนังสือพิมพ์และรายการโทรทัศน์
จำเลยที่ 1 เป็นพิธีกรรายงานโหนกระแส ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ทีวีสี ช่อง 3 จำเลยที่ 2 มีอาชีพทนายความ จำเลยที่ 3, 4, 6 และ 7 เป็นลูกค้า หรือผู้เข้าร่วมโครงการของโจทก์ จำเลยที่ 5 เป็นอดีตพนักงานของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นคนดูแลจำเลยที่ 3, 4, 6 และ 7 กับพวก ภายหลังจากทำศัลยกรรมใบหน้าแล้ว ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุแล้ว รายการโหนกระแสใช้ชื่อเรื่องว่า ภาค 2 Face off เปลี่ยนหน้าคนเป็นหน้าผี จำเลยที่ 1 สัมภาษณ์จำเลยที่ 2-7 มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2-7 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่
เห็นว่า แม้คำพูดของจำเลยที่ 2-7 ซึ่งให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวดังกล่าวจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังก็ตาม แต่จำเลยที่ 3, 4, 6 และ 7 เป็นผู้เข้าร่วมโครงการของโจทก์ ย่อมมีสิทธิแสดงความคิดเห็นในรายการดังกล่าวว่าใบหน้าไม่ได้สวยขึ้น ทำแล้วยังมีรอยแผลเป็น หรือสวยขึ้นเพราะการตกแต่งภาพ ทำผม และใช้เครื่องสำอางแต่งใบหน้า ซึ่งเห็นได้จากภาพถ่าย และภาพเปรียบเทียบใบหน้า จะเห็นได้ชัดว่ามีการตกแต่งภาพให้ใบหน้าอ่อนกว่าวัยจากความเป็นจริง

นอกจากนี้ จากการถามค้าน โจทก์มีการทำภาพมาตัดต่อและปรากฏภาพของจำเลยที่ 2 นั่งไม่มีเก้าอี้ ซึ่งภาพมีลักษณะลอยๆ จึงทำให้น่าเชื่อว่าพยานหลักฐานอื่นๆ ของโจทก์มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปจากความเป็นจริงหรือไม่ อันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
การกระทำของจำเลยที่ 2-7 ถือว่าเป็นการปกป้องตน หรือป้องกันส่วนได้เสียที่เกี่ยวกับตน และเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยของประชาชน ย่อมกระทำเพื่อมิให้โจทก์ชักชวนบุคคลอื่นหลงเชื่อ ตามที่โจทก์โฆษณาเกินจริงอีก
การกระทำของจำเลยที่ 2-7 จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1)(3) มาตรา 330 วรรคแรก เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 2-7 ไม่เป็นความผิด จึงไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2-7 ไม่ต้องรับผิดค่าเสียหายต่อโจทก์ พิพากษายกฟ้อง

