เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ร.ต.อ.เมธาศิษฐ์ พัฒนะกิตติพงษ์ รองสว.(สอบสวน) สน.สายไหม รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 35/146 ถนนเลียบคลองสอง แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.สำเริง ส่งเสียง รองผกก.ป.สน.สายไหม ,พ.ต.ท.นิรุชพล โยธามาตย์ สวป.สน.สายไหม และ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.สายไหม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๋ง
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมถนนหน้าบ้านซึ่งเป็นงานเลี้ยงฉลองพิธีมงคลสมรสระหว่างคู่บ่าวสาว มายด์&เจษ จัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีน มีผู้ร่วมงานกว่า 30 คน อยู่ในอาการแตกตื่น พื้นถนนช่องทางซ้ายพบรถเก๋งมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน ญม 2804 กรุงเทพฯ บริเวณกระจกประตูด้านหลังขวามีรอยกระสุนปืน 1 นัด ห่างออกไป 100 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซุซุ ดีแมกซ์ ทะเบียน 5กฉ6332 กรุงเทพมหานคร บริเวณท้ายกระบะฝั่งซ้ายพบรอยกระสุนเฉี่ยวถากรถ 1 นัด ไปแฉลบถูกต้นไม้ข้างทาง ทั้งนี้ในที่เกิดเหตุพบลูกกระสุนปืน 3 นัด เป็นปลอกกระสุนปืนลูกซอง 1 นัด ขนาด 9 มม. 1 นัด และขนาด 11 มม. 1 นัด นอกจากนี้ยังพบคราบเลือดจำนวนมากและปืนขนาด 9 มม.แบบออโตเมติกซ่อนอยู่บริเวณบ้านพักเลขที่35/87 ซึ่งมีคราบเลือดห่างจากบ้านจัดงาน20เมตร พบผู้ได้รับบาดเจ็บมี นายพุฒิพงษ์ พลอยน้อย อายุ 23 ปี ขับรถจักรยานยนต์พาคนร้ายมาก่อเหตุ มีบาดแผลถูกยิง6นัดเข้าบริเวณแขนทั้ง 2 ข้าง ,นายอนุรุต โพธิ์ศรี อายุ 19 ปี ถูกยิงบริเวณหน้าท้องและขา และด.ญ.ณัฎฐณิต มิดดี้ อายุ 13 ปี ถูกลูกหลงโดนยิงบริเวณใต้ตาด้านขวา ซึ่งทั้ง2คนหลังเป็นผู้มาร่วมงาน โดยทั้งหมดถูกพลเมืองดีเร่งนำส่ง รพ.ภูมิพล

จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 08.00-09.00 น. ก่อนเกิดเหตุจะเริ่มแห่ขบวนขันหมาก มีเหตุวัยรุ่นเกิดเขม่นกันเรื่องสถาบันการศึกษา เนื่องจากผู้มาร่วมงานบางกลุ่มแต่งกายด้วยเสื้อช็อปสถาบันการศึกษาย่านปทุมธานี และขี่รถปาดหน้ามีการทำร้ายร่างกายวัยรุ่นในพื้นที่ ตำรวจได้มาตรวจสอบเหตุและปรามเหตุจากนั้นสถานการณ์ก็ได้สงบลง แต่ประมาณ 10.00 น. ขณะบ่าวสาวกำลังทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือภายในบ้านหลังเกิดเหตุอยู่นั้น มีกลุ่มวัยรุ่นทีพื้นที่ซึ่งถูกทำร้ายร่างกาย ได้ขี่รถจักรยานยนต์ มาประมาณ 3-4คันเพื่อมาดูลาดเลาจนพบว่าไม่มีตำรวจแล้วและเห็นคู่อรินั่งในงานแต่งงาน
จากนั้นทางนายพุฒิพงษ์ได้พาเพื่อนผู้ก่อเหตุซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อรูปร่างผอม สูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง ไม่ทราบทะเบียน โดยทั้ง 2 คนต่างสวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำ ขี่รถมาจอดข้างรถกระบะก่อนที่ คนก่อเหตุที่ซ้อนมอเตอร์ไซด์จะลงจากรถแล้วใช้อาวุธปืนกระหน่ำไล่ยิงเข้ามาใส่ผู้มาร่วมงานซึ่งนั่งกินโต๊ะจีนอยู่ 2 โต๊ะ ก่อนที่มือยิงจะรีบไปวิ่งขึ้นรถ ที่นายพุฒิพงษ์ได้ขับไปรอรับเพื่อหลบหนี แต่ระหว่างนั้นมีการยิงปืนสวนออกมา ทำให้นายพุฒิพงษ์และคนร้ายทิ้งรถหลบเข้าไปในบ้าน โดยนายพุฒิพงษ์ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และถูกรุมทำร้าย ก่อนจะมีพลเมืองดีพาส่งรพ.ไป ซึ่งจากการสอบถามพบว่าคู่บ่าวสาวไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุทะเลาะวิวาทครั้งนี้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเกิดจากการทะเลาะกันระหว่างกลุ่มวัยรุ่นพื้นที่กับกลุ่มวัยรุ่นที่มาร่วมงานแต่งงาน จนเกิดเหตุดังกล่าว ทั้งนี้นายพุฒิพงษ์นั้นอยู่ในห้องฉุกเฉิน แพทย์กำลังผ่าตัดนำกระสุนออก ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสอบปากคำได้ จึงยังไม่ทราบชื่อมือยิง ซึ่งจะได้สอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป
ต่อมาเมื่อเวลา 17.30 น.ตำรวจได้จับกุมตัวนายสามารถ สารีบุตรดี อายุ 29 ปี พักบ้านเลขที่ 35/3 พลโยธิน 54/1 แขวงเขตสายไหม พร้อมอาวุธมือปืนยี่ห้อ STAR EIBAR SPAIN ขนาด.45 เลขทะเบียน กท.4004828 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .45 จำนวน 1 นัด จักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีแดง ทะเบียน 5 กส126 กรุงเทพมหานคร หลังจากนั้น พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม ได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพท่ามกลางประชาชนยืนมุงดู เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังตำรวจสน.สายไหมและเจ้าหน้าที่ทหาร กว่า 20 นายเพื่อป้องกันการเข้ารุมประชาทัณฑ์ ใช้เวลาทำแผนป20 นาที โดยจุดแรกบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 35 / 146 บ้านงานซึ่งเป็นจุดที่นายสามารถเหนี่ยวไก จุดที่ 2 ภายในบ้านเลขที่ 35/87 ซึ่งเป็นจุดที่นายสามารถและนายพุฒิพงศ์ เข้าไปหลบ จุดที่ 3 บริเวณบ้านเลขที่ 35/54 ซึ่งเป็นจุดที่นายสามารถถูกเจ้าหน้าที่จับตัวได้ ภายหลังทำแผนเสร็จรีบคุมตัวนายสามารถไปที่สน.สายไหมทันที
จากการสอบปากคำ นายสามารถอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุมีรุ่นน้องขับรถมาหาตนที่บ้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุ 500 เมตร พร้อมด้วยอาวุธปืนขนาด .45 โดยระบุว่ามีเรื่องกับวัยรุ่นในขบวนขันหมาก จึงขออาวุธปืนดังกล่าวมาพกไว้ ก่อนนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่มีนายพุฒิพงศ์ เป็นคนขับ ไปดูลาดเลาที่งานเลี้ยง เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ ชักปืนออกมาเพื่อข่มขู่แต่ถูกคนที่อยู่บ้านงาน เปิดฉากยิงใส่ทำให้กระสุนถูกนายพุฒิพงศ์ เข้าที่แขนก่อนรถจะล้มลง ตนจึงยิงปืนใส่กลุ่มวันรุ่นไป 1 นัด โดยไม่มีเป้าหมายก่อนวิ่งหลบหนี แต่ไม่รอดถูกตำรวจควบคุมตัวได้หลังเกิดเหตุ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่านายอนิรุจน์ โพธิ์ศรี อายุ 19 ปี ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บได้เสียชีวิตลงที่รพ.ภูมิพล ส่วนด.ญ.ณัฎฐณิต ยังบาดเจ็บสาหัสอยู่ในห้องฉุกเฉิน รพ.ภูมิพล

