ผู้เสียหายดิไอคอนขยายวงฝรั่ง-กัมพูชากว่าพันคน ต้นอ้อ พาเหยื่อต่างชาติ-ผู้ป่วยมะเร็งแจ้งความ ขายที่ดิน มาลงทุนเปิดดีลเลอร์ 2.5 แสน ไม่ได้สินค้า ลูกสาวเผยทั้งครอบครัว เสียหายไม่ต่ำกว่า 7 แสน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้พาผู้เสียหายจากการลงทุนกับบริษัท The iCon Group เข้าเเจ้งความกับตำรวจสอบสวนกลาง โดยหนึ่งในนั้นเป็นหญิงชราวัย 78 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายอีก 2 ราย เป็นชาวต่างชาติ เป็นชายชาวสวีเดน และหญิงชาวกัมพูชา ซึ่งก็ได้รับความเสียหายจากการลงทุนกว่า 2 แสนบาท
นางทองสุข (สงวนนามสกุล) อายุ 78 ปี ผู้ป่วยมะเร็ง เผยว่า เมื่อปี 2565 ลูกสาวได้เข้าไปอบรมกับ The iCon ก่อนจะมาแนะนำ ซึ่งตนเองก็ตัดสินใจเปิด 1 ดีลเลอร์ จำนวน 250,000 บาท โดยนำที่ดิน 1 ไร่ ไปขาย เพื่อนำเงินมาลงทุน แต่ยังไม่ได้รับของ ซึ่งตอนนี้รู้สึกกังวลว่าจะไม่ได้รับเงินคืน เพราะตนป่วยเป็นมะเร็งต้องการต่อยอดนำเงินมารักษา

ด้าน นางปิยะนันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ลูกสาวของนางทองสุข เผยว่า ตนเองรู้จักกับ The iCon ผ่านทางช่องทางออนไลน์ ก็ได้มีการสมัครเข้าไปเรียนและร่วมลงทุน ซึ่งลงเงินก้อนเเรก จำนวน 250,000 บาท ก่อนจะชักชวนแม่และคนใกล้ชิดร่วมลงทุนด้วย เฉพาะครอบครัวของตนรวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 7 แสนบาท ซึ่งตอนที่ร่วมลงทุนกับ The iCon ก็พบเจอปัญหา เพราะจะได้รับสินค้าเพียงอย่างเดียว อย่างเช่นตนได้เพียงโกโก้ ถ้าอยากได้สินค้าอย่างอื่นมาขายด้วยจะต้องนำไปแลกกับคนอื่น เป็นเหตุให้ขายยาก โดยของที่ตนได้รับมานั้นไม่สามารถขายได้แม้แต่ชิ้นเดียว ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่คิดว่าบริษัทที่ดูน่าเชื่อถือจะมีปัญหา
นายโอกัน (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี ผู้เสียหายชาวสวีเดน เผยว่า ตนเองรู้จักกับ The iCon ผ่านทางพี่ชายที่รู้จักกัน โดยแนะนำให้ร่วมลงทุน ซึ่งตอนแรกมองว่าบริษัทมีภาพลักษณ์ดี มีแฟรนไชส์มากและเห็นมิตรภาพระหว่างคนข้างในบริษัท ตั้งแต่ระดับบอสจนถึงระดับล่าง ทำให้ตนเกิดความเชื่อใจในบริษัท ซึ่งปกติตนเป็นคนที่ลงทุนกับธุรกิจหลายอย่างอยู่แล้ว จึงร่วมลงทุนไปประมาณ 200,000 บาท แต่หลังจากลงทุนแล้วไม่ได้อะไรกลับมาเลย แม้กระทั่งสินค้าก็ยังไม่ได้รับ ซึ่งสำหรับตนเองแล้ว เงินจำนวนนี้ไม่ได้เยอะอะไร และส่วนตัวมองว่าตนเองได้รับความเสียหายไม่มากนัก แต่สำหรับบางคนเงินจำนวนนี้เป็นเงินที่เยอะ จึงตัดสินใจเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจในวันนี้เพราะอยากให้เกิดความยุติธรรมกับผู้เสียหาย สำหรับธุรกิจที่มีการหลอกลวงในลักษณะนี้มีอยู่ทั่วโลก
ด้าน น.ส.จินนี่ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ผู้เสียหายชาวกัมพูชา เผยว่า เมื่อปี 2565 ช่วงสถานการณ์โควิด ตนเองหาคอร์สเรียนเพื่อเสริมรายได้ พบว่ามีคอร์สเรียนสอนการขายของออนไลน์ของ The iCon ซึ่งราคาเรียนไม่สูง เพียง 97 บาทเท่านั้น จึงตัดสินใจสมัครเข้าไปเรียน โดย 1-2 วันแรกก็จะมีการสอนวิธีการขายของ แต่หลังจากนั้นวันที่ 3-4 ของการเรียนก็จะมีเหล่าบรรดาบอสมาพูดคุย หนึ่งในนั้นที่มาสอนคือบอสสวย มีการชักชวนให้ร่วมลงทุนธุรกิจกับ The Icon พร้อมนำข้อเสนอต่างๆ มาหลอกล่อว่าจะประสบผลสำเร็จ ทำให้เกิดความหลงเชื่อ ตอนนั้นมองว่าน่าเชื่อถือจึงตัดสินใจเปิด 1 ดีลเลอร์ จำนวน 250,000 บาท นอกจากนี้ The iCon ยังมีการไปเปิดตลาดที่ประเทศกัมพูชาเมื่อปี 2567 ซึ่งไม่นานมานี้มีบอสต่างๆ รวมถึงบอสที่เป็นนักเเสดงไปร่วมงานด้วย และมีคนกัมพูชาตกเป็นเหยื่อไม่ต่ำกว่า 1,000 คน สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล จึงอยากเตือนชาวกัมพูชาที่หลงเชื่อด้วยเพราะมีจำนวนไม่น้อย
น.ส.ชลิดากล่าวอีกว่า เท่าที่ทราบตอนนี้ทางด้านของบริษัท The iCon มีการไปเปิดตลาดที่ต่างประเทศหลายประเทศ ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ลาว และเมื่อไม่นานมานี้ทราบว่าเพิ่งไปเปิดที่ประเทศสิงคโปร์ด้วย ซึ่งส่วนตัวอยากให้ตำรวจประสานกับสถานทูต เพื่อหาเเนวทางดำเนินการ สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เพราะในกรณีนี้ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น

