เหยื่อดิไอคอนต่างชาติก็มี อีกเคสผู้ป่วยมะเร็ง ‘ต้นอ้อ’ พาแจ้งความ

17.10.24 | 18:13 น.

ผู้เสียหายดิไอคอนขยายวงฝรั่ง-กัมพูชากว่าพันคน ต้นอ้อ พาเหยื่อต่างชาติ-ผู้ป่วยมะเร็งแจ้งความ ขายที่ดิน มาลงทุนเปิดดีลเลอร์ 2.5 แสน ไม่ได้สินค้า ลูกสาวเผยทั้งครอบครัว เสียหายไม่ต่ำกว่า 7 แสน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้พาผู้เสียหายจากการลงทุนกับบริษัท The iCon Group เข้าเเจ้งความกับตำรวจสอบสวนกลาง โดยหนึ่งในนั้นเป็นหญิงชราวัย 78 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายอีก 2 ราย เป็นชาวต่างชาติ เป็นชายชาวสวีเดน และหญิงชาวกัมพูชา ซึ่งก็ได้รับความเสียหายจากการลงทุนกว่า 2 แสนบาท

นางทองสุข (สงวนนามสกุล) อายุ 78 ปี ผู้ป่วยมะเร็ง เผยว่า เมื่อปี 2565 ลูกสาวได้เข้าไปอบรมกับ The iCon ก่อนจะมาแนะนำ ซึ่งตนเองก็ตัดสินใจเปิด 1 ดีลเลอร์ จำนวน 250,000 บาท โดยนำที่ดิน 1 ไร่ ไปขาย เพื่อนำเงินมาลงทุน แต่ยังไม่ได้รับของ ซึ่งตอนนี้รู้สึกกังวลว่าจะไม่ได้รับเงินคืน เพราะตนป่วยเป็นมะเร็งต้องการต่อยอดนำเงินมารักษา

ด้าน นางปิยะนันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ลูกสาวของนางทองสุข เผยว่า ตนเองรู้จักกับ The iCon ผ่านทางช่องทางออนไลน์ ก็ได้มีการสมัครเข้าไปเรียนและร่วมลงทุน ซึ่งลงเงินก้อนเเรก จำนวน 250,000 บาท ก่อนจะชักชวนแม่และคนใกล้ชิดร่วมลงทุนด้วย เฉพาะครอบครัวของตนรวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 7 แสนบาท ซึ่งตอนที่ร่วมลงทุนกับ The iCon ก็พบเจอปัญหา เพราะจะได้รับสินค้าเพียงอย่างเดียว อย่างเช่นตนได้เพียงโกโก้ ถ้าอยากได้สินค้าอย่างอื่นมาขายด้วยจะต้องนำไปแลกกับคนอื่น เป็นเหตุให้ขายยาก โดยของที่ตนได้รับมานั้นไม่สามารถขายได้แม้แต่ชิ้นเดียว ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่คิดว่าบริษัทที่ดูน่าเชื่อถือจะมีปัญหา

Advertisement

นายโอกัน (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี ผู้เสียหายชาวสวีเดน เผยว่า ตนเองรู้จักกับ The iCon ผ่านทางพี่ชายที่รู้จักกัน โดยแนะนำให้ร่วมลงทุน ซึ่งตอนแรกมองว่าบริษัทมีภาพลักษณ์ดี มีแฟรนไชส์มากและเห็นมิตรภาพระหว่างคนข้างในบริษัท ตั้งแต่ระดับบอสจนถึงระดับล่าง ทำให้ตนเกิดความเชื่อใจในบริษัท ซึ่งปกติตนเป็นคนที่ลงทุนกับธุรกิจหลายอย่างอยู่แล้ว จึงร่วมลงทุนไปประมาณ 200,000 บาท แต่หลังจากลงทุนแล้วไม่ได้อะไรกลับมาเลย แม้กระทั่งสินค้าก็ยังไม่ได้รับ ซึ่งสำหรับตนเองแล้ว เงินจำนวนนี้ไม่ได้เยอะอะไร และส่วนตัวมองว่าตนเองได้รับความเสียหายไม่มากนัก แต่สำหรับบางคนเงินจำนวนนี้เป็นเงินที่เยอะ จึงตัดสินใจเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจในวันนี้เพราะอยากให้เกิดความยุติธรรมกับผู้เสียหาย สำหรับธุรกิจที่มีการหลอกลวงในลักษณะนี้มีอยู่ทั่วโลก

ด้าน น.ส.จินนี่ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ผู้เสียหายชาวกัมพูชา เผยว่า เมื่อปี 2565 ช่วงสถานการณ์โควิด ตนเองหาคอร์สเรียนเพื่อเสริมรายได้ พบว่ามีคอร์สเรียนสอนการขายของออนไลน์ของ The iCon ซึ่งราคาเรียนไม่สูง เพียง 97 บาทเท่านั้น จึงตัดสินใจสมัครเข้าไปเรียน โดย 1-2 วันแรกก็จะมีการสอนวิธีการขายของ แต่หลังจากนั้นวันที่ 3-4 ของการเรียนก็จะมีเหล่าบรรดาบอสมาพูดคุย หนึ่งในนั้นที่มาสอนคือบอสสวย มีการชักชวนให้ร่วมลงทุนธุรกิจกับ The Icon พร้อมนำข้อเสนอต่างๆ มาหลอกล่อว่าจะประสบผลสำเร็จ ทำให้เกิดความหลงเชื่อ ตอนนั้นมองว่าน่าเชื่อถือจึงตัดสินใจเปิด 1 ดีลเลอร์ จำนวน 250,000 บาท นอกจากนี้ The iCon ยังมีการไปเปิดตลาดที่ประเทศกัมพูชาเมื่อปี 2567 ซึ่งไม่นานมานี้มีบอสต่างๆ รวมถึงบอสที่เป็นนักเเสดงไปร่วมงานด้วย และมีคนกัมพูชาตกเป็นเหยื่อไม่ต่ำกว่า 1,000 คน สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล จึงอยากเตือนชาวกัมพูชาที่หลงเชื่อด้วยเพราะมีจำนวนไม่น้อย

น.ส.ชลิดากล่าวอีกว่า เท่าที่ทราบตอนนี้ทางด้านของบริษัท The iCon มีการไปเปิดตลาดที่ต่างประเทศหลายประเทศ ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ลาว และเมื่อไม่นานมานี้ทราบว่าเพิ่งไปเปิดที่ประเทศสิงคโปร์ด้วย ซึ่งส่วนตัวอยากให้ตำรวจประสานกับสถานทูต เพื่อหาเเนวทางดำเนินการ สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เพราะในกรณีนี้ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น