⦁…“การเป็นตำรวจนั้นคงไม่ยากนัก แต่การเป็นตำรวจที่ดีนั้นยากมาก เพราะตำรวจต้องทำงานหนักและลำบากตรากตรำ งานปราบอธรรม อำนาจมืด และเหล่ามิจฉาชีพทั้งหลาย เป็นงานที่จะต้องใช้ความรู้ความสามารถเป็นพิเศษ เป็นงานที่สลับซับซ้อน มีปัญหามากมาย และอันตรายรอบด้าน ดังนั้น การที่จะเป็นตำรวจที่ดี จำเป็นอย่างยิ่งที่ตำรวจจะต้องเป็นผู้มีความแกร่งกล้าสามารถทั้งร่างกายและจิตใจ มีวิญญาณและอุดมการณ์ของตำรวจอย่างซื่อตรงและมั่นคง พร้อมเสมอที่จะสละความสุขส่วนตัว เพื่อสันติสุขของประชาชนอย่างจริงใจและบริสุทธิ์ใจ เพียบพร้อมด้วยขันติธรรมและคุณธรรม สามารถยับยั้งชั่งใจตนเองไม่ให้มัวเมาในอำนาจและลาภผลโดยมิชอบได้อย่างสิ้นเชิง เช่นนี้ย่อมถือว่าท่านเป็นตำรวจที่ดีของประชาชนอย่างแท้จริง” พระบรมราโชวาทในหลวงรัชกาลที่ 10
⦁…ไม่ว่าวงสนทนาไหนสีกากียามนี้ต่างอื้ออึงเรื่องโผแต่งตั้งโยกย้าย “นายพล” หลัง “บิ๊กต่าย” ประกาศลำดับอาวุโส ตามกฎ ก.ตร.แต่งตั้งโยกย้าย “ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นรอง ผบ.ตร.” เรียงอาวุโส 100% เช่นเดียวกับ “ผบช.อัพเก้าอี้ผู้ช่วย ผบ.ตร.” ส่วน “รอง ผบช.เลื่อนสู่ ผบช.” ที่ว่าง 14 เก้าอี้ อาวุโส 50% ความรู้ความสามารถอีก 50% เหมือน “ผบก.ขึ้นรอง ผบช.” ที่ว่าง 41 และ “รอง ผบก.ขึ้น ผบก.” 74 ตำแหน่ง
⦁…หลังจากนายตำรวจทราบลำดับอาวุโสตัวเองต้องตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ ขั้นตอนพิธีกรรมตรงนี้ใช้เวลาเฉียด 30 วัน ปีนี้แว่วมาว่าจะทำบัญชี “นายพลใหญ่” ก่อน ฤกษ์ดีอยู่ที่ “นายกฯอิ๊งค์” จะเลือกราว 13-14-15 พ.ย. จากนั้น ผบช.ทำบัญชี “นายพลเล็ก” ชงให้คณะกรรมการกลั่นกรอง ที่ ผบ.ตร.เป็นประธาน ก่อนนำโผเข้าที่ประชุม ก.ตร.เคาะ เสร็จสิ้น พ.ย.พอดี
⦁…คนในอาณาจักรโล่เงินต่างพูดกันว่า ถ้าจะให้ชัวร์ต้องได้ตั๋วผู้ทรงอิทธิพลแห่ง “ไชนิ่งมูน” ทั้งๆ ที่ผู้มีบารมีแห่งบ้านเป็นตามสไตล์นักการเมือง น้องๆ ที่เข้าถึงต่างกลับออกมาชื่นใจทุกคน ส่วนจะจริงหรือเก๊ต้องลุ้นกัน แต่ที่มาแรงขณะนี้ ผบช.เก้าอี้ A+ ผบช.ไซเบอร์ เต็งจ๋า คือ พล.ต.ต.มณฑล บัวจีบ รอง ผบช.ส. รหัส “น.1” มาแรง พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย จเรตำรวจ ส่วน “สวนพลู 1” คาดจะมาวิน พล.ต.ต.ภาณุมาส บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม.
⦁…ปฏิบัติการ “หนุมานถล่มกรุงดิไอคอนรวบกลางวงเทวดา” ลุล่วงได้ตัว 18 บอสเป็นผู้ต้องหา พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ปรากฏว่า นำตัวฝากขังศาลผัดแรก 3 ใน 17 บอส คือ แซม-ยุรนันท์ มิน-พีชญา กันต์ กันตถาวร ขอประกันตัว ปรากฏว่า “วืด” เพราะศาลเห็นว่าแบ่งหน้าที่ทำกันเป็นระบบส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง สร้างความเดือดร้อนสุจริตชน ความเสียหายสูง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้าน เกรงหลบหนี ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ส่วนอีก 14 บอสไม่ได้ยื่น ขณะที่ ‘บอสพอล’ วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ให้ปากคำเพิ่มเติมตำรวจอยู่ในความควบคุมตำรวจถึง 40 ชั่วโมง ฝากขังศาลวันถัดมา ทนายไม่ยื่นประกัน เพราะเห็นกรณีตัวอย่างจาก 3 บอสดาราแล้ว ในที่สุดนอนเรือนจำตามระเบียบ
⦁…งานนี้ตำรวจสอบมาราธอน ซีอีโอบริษัทฉาวจนยอมเปิดปากว่าบุคคลในคลิปเสียงคือนักการเมือง ส. ส่วนคลิปเอ่ยถึงเทวดานั้น เป็นเสียงสนทนากับลูกน้อง พูดเปรยๆ ว่า การทำธุรกิจแบบนี้ต้องเครื่องเซ่นเทวดาจึงจะราบรื่น ปรากฏว่า บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. หารือ บิ๊กอ้อ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ บิ๊กก้อง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. จะเรียกนักการเมือง ส.ให้ข้อมูลต่อไป
⦁…บิ๊กก้อง นำทีมลุยเดินหน้าต่อก๊อก2 เตรียมบุกเรือนจำแจ้งข้อหาเพิ่มทั้ง 18 บอส เน้น พ.ร.บ.ฟอกเงิน ,กู้เงิน, อั้งยี่-ซ่องโจร
⦁…ส่วนกระแสข่าวมีการโอนเงินคริปโทฯก่อนบอสคนสุดท้ายถูกรวบตัว 1 ชั่วโมง เฉียด 9,000 ล้านบาท เอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษา มท.1 ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ยื่นเรื่องให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบจริงหรือไม่ งานนี้ทีมทำคดีต้องดึงมือเชี่ยวชาญคริปโทฯจาก บก.ปอศ.มาช่วย พร้อมทำหนังสือถึงอัยการสูงสุดให้ส่งอัยการมาร่วมทีมทำคดีด้วย เพื่อเวลาส่งฟ้องพยานหลักฐานมัดแน่นศาลไม่ยกฟ้อง
⦁…จากใจ ผบ.ตร.คนที่ 15 ในวันตำรวจ 17 ต.ค. ถึงผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ขอความร่วมมือร่วมใจพี่น้องตำรวจ หันหน้าเข้าหาประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ดูแลให้เกิดความเชื่อมั่น ศรัทธา ไว้วางใจ ให้ตำรวจเป็น “มิตร” เป็น “ที่พึ่ง” ของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมให้คำมั่นจะร่วมกับสมาคมแม่บ้านตำรวจ ดูแลทุกข์สุขของครอบครัวตำรวจ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญ ที่เสียสละ อดทน เพื่อให้ “ตำรวจ” สามารถทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ดูแลประชาชนได้อย่างเต็มที่…⦁

