เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง พร้อมด้วยผู้เสียหายจากนำคณะผู้เสียหายจากกรณีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เข้าปรึกษาสภาทนายความ เตรียมยื่นฟ้องฟ้องคดีแพ่งกับบริษัทฯ
โดย นายกัณฐัศว์ระบุว่า เนื่องจากการดำเนินคดีอาญาเป็นหน้าที่ของตำรวจในดำเนินการ แต่ในส่วนของคดีแพ่งผู้เสียหายอาจยังไม่ได้ดำเนินการ หรืออาจไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรนั้น ทางสภาทนายความฯ ได้มีการติดต่อมาและแจ้งความประสงค์ว่า พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายทุกรายในการดำเนินการยื่นฟ้องคดีแพ่ง เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับทรัพย์สินที่เสียไปคืน ในเบื้องต้นจึงอยากให้ผู้เสียหายทุกคนไปแจ้งความใน สภ. หรือ สน.ใกล้บ้านไว้ก่อน ส่วนการช่วยเหลือผู้เสียหายที่อยู่ไกลหรือไม่สะดวกเดินทางนั้น จะมีการหารือร่วมกับสภาทนายความฯ อีกครั้ง ว่า จะสามารถช่วยเหลืออย่างไร ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า จะมีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของผู้ที่แจ้งความไว้จะทยอยเข้าปรึกษาสภาทนายความฯ เพื่อยื่นฟ้องคดีแพ่งในกรณีเดียวกันนี้ด้วย
ด้าน นายกองตรี ดร.ธนกฤตกล่าวเสริมว่า เดิมตนเองมีหน้าที่ดำเนินคดีกับหมอและคลินิกเถื่อนที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว แต่หลังจากนี้ ตนจะยืนในฐานะทนายความ และทางสภาทนายความฯ ยินดีให้ความช่วยเหลือ ผ่านเครือข่ายสภาทนายความฯ ทั่วประเทศ สามารถมอบอำนาจ และแนบเอกสารประกอบได้ หากผู้เสียหายประสงค์ยื่นฟ้องแพ่งในคดีดังกล่าว สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และจะมีการดำเนินการฟ้องแบบเป็นกลุ่มให้ อย่างไรก็ตาม หากผู้เสียหายมีความประสงค์จะออกทุนทรัพย์จ้างทนายความส่วนตัว เพื่อความรวดเร็วในการยื่นฟ้องเองก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
ส่วนกรณีที่ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด มีการเปิดศูนย์ช่วยเหลือโดยให้ลงชื่อและกรอกข้อมูลส่วยตัว รายละเอียดต่างๆ ไปนั้น จะเกิดผลกระทบอะไรกับการดำเนินคดีแพ่งหรือไม่นั้น นายกัณฐัศว์ยืนยันว่า ถ้ายังไม่ได้รับการเยียวยาก็สามารถดำเนินคดีได้ แต่ถ้าได้รับการเยียวยาแล้ว จะมีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง
ด้านของนายวีรศักดิ์ โชติวานิช อุปนายกฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศ และรองโฆษกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า ในเรื่องของความช่วยเหลือทางเรามีทนายอาสากว่า 10,000 คนทั่วประเทศที่ผ่านการอบรม จะมีการช่วยเหลือแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนใครที่มีทนายความอยู่แล้วก็ให้เป็นหน้าที่ของทนายความดำเนินการตามวิชาชีพไป
สภาทนายความฯมีเครือข่ายทั่วประเทศ โดยจะมีส่วนกลาง และมีกรรมการภาค 1-9 ตามเขตปกครอง และมีประธานสภาทนายความจังหวัดอยู่ทั่วประเทศ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ต้องยื่นให้กับทางสภาทนายความฯ ประกอบไปด้วยเอกสารตั้งแต่เริ่มต้นว่าเป็นผู้เสียหายได้อย่างไร รู้จักกับธุรกิจได้อย่างไร ความเสียหายเท่าไหร่ มีข้อมูลอะไรให้รวบรวมให้ได้เยอะที่สุดรวมถึงความเสียหายที่เกิด เพื่อความสะดวกในการยื่นฟ้อง ในส่วนของคดีอาญาก็อาจจะมีการเก็บข้อมูลด้วย ว่ามีการร้องทุกข์ไว้ที่ไหนบ้าง จะได้เอามาผนวกรวมกัน
นายสุนทร พยัคฆ์ เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า เบื้องต้นสภาทนายความจะช่วยเหลือผู้ที่ยากไร้ อีกส่วนเป็นการฟ้องคดีเเบบกลุ่มที่เป็นประโยชณ์ต่อสาธารณะ

